
ทุ่ม200ล้านสำรวจเมฆ-ควัน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดำเนินการโครงการศึกษาเบื้องต้นการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย วงเงิน 200 ล้านบาท
สาระสำคัญโครงการนี้ อ้างว่า 1.คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยจะต้องรับข้อมูลพื้นฐานทางด้านเมฆและอนุภาคขนาดเล็กในบรรยากาศชั้นสูง เพื่อการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ 2.นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จะร่วมกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ผลักดันให้เกิดพลวัตในการขับเคลื่อนทางด้านวิทยาศาสตร์ในสาขาอวกาศ 3.มีนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งกำลังรอข้อมูลจากการศึกษาร่วมกับนาซา เพื่อศึกษาวิจัยและทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทและเอก
4.เป็นการพัฒนาทางด้านวิทยา ศาสตร์ ปราศจากเรื่องการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ 5.การยกเลิกความร่วมมือการศึกษาวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศกับนาซาในครั้งนี้เป็นความหายนะและความถดถอยทางวิชาการครั้งสำคัญของประเทศ
สำหรับประโยชน์ของโครงการนี้ประกอบด้วย 1.การพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ สำรวจปริมาณและชนิดของมลพิษทางอากาศในพื้นที่อุตสาหกรรม การพัฒนาองค์ความรู้การปรับตัวต่อสภาวะโลกร้อน 3.ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือของรัฐบาลเท่าที่มีอยู่ เช่น เครื่องบินสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร บอลลูน เรือ และเครื่องมือทางบกต่างๆ
เอกสารประกอบการประชุม ระบุว่า จะแบ่งการศึกษาเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงปลายฤดูฝนเดือน ก.ย.-.ค. จะศึกษากระบวนการเกี่ยวกับเมฆ ฝุ่นละอองจากการเผาไหม้ในอินโดนีเซีย พื้นที่ศึกษาคือ ในทะเลทั้งสองฝั่งของภาคใต้ฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย และช่วงฤดูแล้งเดือน ก.พ.-.ค. จะศึกษาผลจากการเผาป่าและพื้นที่เกษตรในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งกระบวนการในชั้นบรรยากาศที่มีผลต่อการกระจายและการสะสมของละอองหมอกควัน พื้นที่ศึกษาคือพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย
สำหรับการศึกษาจะเก็บตัวอย่างข้อมูลทางตรงและการตรวจวัดระยะไกล ประกอบด้วยการเก็บข้อมูลภาคพื้นดิน จะใช้สถานีตรวจอากาศของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ส่วนทางอากาศจะใช้เครื่องบิน Super King Air ของสำนักฝนหลวง สำรวจอากาศกับหน่วยงานพยากรณ์ของรัฐด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
ขณะที่ทางทะเลจะใช้เรือสำรวจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านดาวเทียมจะใช้ดาวเทียมไทยโซต ทั้งหมดจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยระบบซอฟต์แวร์ จากนั้นจะทำแบบจำลองรวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและเอกชน ระยะเวลาดำเนินการ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555–เม.ย. 2556







