
รวบโจ๋หึงโหดยิงถล่มรถแฟนเก่า
ผบช.น.แถลงรวบแก็งโจ๋หึงโหดควบแจ๊ซไล่ยิงถล่มรถแฟนเก่าบนถ.ศรีนครินทร์
ผบช.น.แถลงรวบแก็งโจ๋หึงโหดควบแจ๊ซไล่ยิงถล่มรถแฟนเก่าบนถ.ศรีนครินทร์
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.5 และฝ่ายสืบสวนสน.บางนา แถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายชวลิต หรือแจ็ก รักสุวรรณนิมิต อายุ 26 ปี นายรัฐวุฒ หรือแบงค์ อุตะมาชัย อายุ 26 ปี นายวิษณุ หรือบอนด์ ประคองสินธุ์ อายุ 27 ปี และนายศศิพงษ์ หรือจอร์ท รอดเชียง อายุ 26ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ซึ่งมีการขูดลบหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืนขนาด 9 มม.15 นัด อาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อกล็อกขนาด 9 มม.ทะเบียนกท 5308321จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด 9มม.จำนวน 14 นัด อาวุธปืนพกสั้น รีวอร์ลเวอร์ ขนาด.22 สมิธแอนด์เวสสัน ทะเบียนกท539683 จำนวน 1 กระบอก และรถฮอนด้าแจ็ส สีเทา หมายเลขทะเบียน ฆฆ 854กรุงเทพมหานคร 1 คัน โดยจับกุมตัวได้ที่ย่านปากเกร็ดและลาดพร้าว
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค. เวลา00.45 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถฮอนด้าแจ็ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญต 7680กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณหน้าศูนย์โตโยต้า ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตบางนา จนทำให้นายกิตติโชติ โคสิตากาส อายุ 24 ปี เสียชีวิต และนายภูวนาถ จันทราทิพย์ อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.5 จึงได้สืบสวนหาเบาะแสของคนร้ายจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นคนลงมือก่อเหตุ โดยมีสาเหตุมาจากความหึงหวง ไม่ใช่การขับรถยนต์ปาดหน้ากัน ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพ
ด้านพล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายภูวนาถ จันทราทิพย์ พร้อมกับพวกรวม 7 คน ได้ขับรถยนต์ฮอนด้าแจ็ส สีขาว ซึ่งเป็นรถของน.ส.เจนจิรา จันทราทิพย์ ออกจากบ้านพักภายในซอยศรีด่าน 15 เพื่อจะไปรับประทานอาหารที่ย่านอุดมสุข ระหว่างทางได้ถูกกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งจอดรถดักซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว ขับรถฮอนด้า แจ็ส ไล่ตามประกบทางด้านขวา ก่อนจะลดกระจกลงและใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวนหลายนัด ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าสาเหตุไม่ใช่การขับรถปาดหน้ากัน แต่มาจากความหึงหวง เนื่องจากน.ส.เจนจิรา ได้ขอเลิกกับนายชวลิตแต่นายชวลิตไม่ยอมเลิก จึงลงทุนซื้อรถฮอนด้า แจ็ส มาใช้ก่อเหตุ พร้อมกับชักชวนนายวิษณุให้มาทำหน้าที่ขับรถ นายชวลิต และนายรัฐวุฒ ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ส่วนนายศศิพงษ์นั่งมาด้วยอยู่ที่เบาะหลัง จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่านายชวลิตเคยต้องโทษคดีฆ่าผู้อื่นและคดียาเสพติด ส่วนนายรัฐวุฒ เคยต้องโทษคดีอาวุธปืนและยาเสพติด
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป







