
ราคาสินค้าแพงต่อสวนทางน้ำมันลง
เดือนมิ.ย.เงินเฟ้อขยับ2.56% พาณิชย์ฟุ้งแนวโน้มไม่น่าห่วง
เดือนมิ.ย.เงินเฟ้อขยับ2.56% พาณิชย์ฟุ้งแนวโน้มไม่น่าห่วง
อาหารแพงยังกดดันเงินเฟ้อ มิ.ย.เพิ่มขึ้น 2.56% ส่งผลเงินเฟ้อ 6 เดือนเพิ่ม 2.95%
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. 2555 เท่ากับ 115.42 สูงขึ้น 2.56% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2554 และสูงขึ้น 0.16% เทียบกับเดือน พ.ค. 2555 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือน (เดือน ม.ค.-มิ.ย.) สูงขึ้นแล้ว 2.95% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 2.56% เป็นผลจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 4.72% สินค้าสำคัญราคาสูงขึ้น อาทิ หมวดข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง 2.49% ปลาและสัตว์น้ำ 3.94% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 1.59% ผักและผลไม้ 14.45% เครื่องประกอบอาหาร 4.48% และอาหารสำเร็จรูป 4.95% ส่วนหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 1.17% สินค้าราคาสูงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง 3.42% ค่าตรวจรักษาค่ายา 1.09% เสื้อผ้าและรองเท้า 0.96%
เมื่อแยกเป็นรายการสินค้า พบว่า มีสินค้าที่ราคาแพงขึ้นกว่าราคาช่วงเดียวกันของปีก่อน อาทิ ผักสดราคาแพงขึ้น 2.76% อาหารสำเร็จรูป 4.95% เช่น กับข้าวสำเร็จรูป ปรับขึ้นเฉลี่ยถุงละ 28 บาท มาเป็นถุงละ 29.25 บาท ก๋วยเตี๋ยว จาก 28.67 บาท มาเป็น 30 บาท แต่ถือเป็นการปรับราคาขึ้นที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ราคาวัตถุดิบหลายรายการทยอยปรับราคาลง
หมวดของใช้ส่วนบุคคลราคาสูงขึ้น 1.24% ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น 22.20% ค่าน้ำประปาสูงขึ้น 6.44% โดยเฉลี่ยแล้วมีสินค้าที่คำนวณเงินเฟ้อราคาเพิ่มขึ้น 165 รายการ และราคาไม่เปลี่ยนแปลง 159 รายการ และราคาลดลง 93 รายการ
อย่างไรก็ดี แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อปีนี้คาดว่าจะไม่เกิน 3.5% แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงไม่ปรับเป้าหมายอย่างเป็นทางการที่ตั้งเป้า 3.3-3.8% คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะไม่เกิน 3.3% สาเหตุที่เงินเฟ้อชะลอตัวต่ำลงเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง และผลผลิตสินค้าทางเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมน้อยลง
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2555 เท่ากับ 27.6 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือน พ.ค.อยู่ที่ 27.4 ปัจจัยบวกมาจาก ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ราคาสินค้าจึงไม่ขยับ ส่วนปัจจัยลบที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนต่อไป คือ วิกฤตการเงินในยุโรปส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคการส่งออก ช่วงฤดูฝนทำให้ภาคการก่อสร้างและการท่องเที่ยวลดลง และปัจจัยเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม การขยายเวลายกเว้นจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 เดือน และมหกรรมโอลิมปิกเกมส์ วันที่ 27 ก.ค.-12 ส.ค. จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนด้านเศรษฐกิจ พบว่าประชาชนอยากให้รัฐบาลดูแลควบคุมราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ดูแลโครงสร้างราคาน้ำมัน ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท/วัน กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เป็นต้น







