posttoday
ดาวรุ่งแห่งยุโรปตะวันออก

ดาวรุ่งแห่งยุโรปตะวันออก

02 กรกฎาคม 2555

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

โดย...รวิภาส กล่ำทวี

ก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนแห่งภูมิภาคยุโรปกำลังอยู่ในช่วงของการหาทางรอดพ้นจากหุบเหวแห่งความหายนะ อันสืบเนื่องมาจากปัญหาด้านหนี้สินและการขาดสภาพคล่องด้านเงินทุนของธนาคารหลายแห่งในหลายประเทศของกลุ่มยุโรปตอนใต้

ล่าสุด เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปได้เห็นพ้องต้องกันที่จะคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเงินและหนี้สินในยุโรป โดยมาตรการที่ออกมามีลักษณะเป็นแพ็กเกจทั้งมาตรการเร่งด่วนระยะสั้นและระยะยาว เช่น การเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการธนาคารในยุโรปพร้อมทั้งเตรียมใช้เงิน 1.2 แสนล้านยูโร (ราว 4.8 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยุโรป การคลอดมาตรการให้กองทุนช่วยเหลือเยียวยาของยุโรปใช้เงิน 5 แสนล้านยูโร (ราว 20 ล้านล้านบาท) อัดฉีดเข้าไปโดยตรงที่ธนาคารที่มีปัญหาการขาดสภาพคล่อง โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลของประเทศเจ้าของธนาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลมีหนี้สินพอกพูนเพิ่มมากขึ้นไปอีก รวมทั้งมาตรการเตรียมการไปสู่การเป็นสหภาพการธนาคารและสหภาพการเมืองยุโรป ซึ่งถือเป็นมาตรการระยะยาว

ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณเขตแดนยุโรปตอนใต้เป็นหลัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรดาประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีฝีไม้ลายมือด้านการแข่งขันฟุตบอลจัดอยู่ในระดับโลก เช่น โปรตุเกส ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี กรีซ ยังมีอีกหลายประเทศจากประเทศสมาชิกยูโรโซนทั้งหมด 17 ประเทศ ที่ไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าวมากมายนัก

ประเทศสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์เป็น 2 ประเทศในซีกยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ที่ถือว่าอยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤตเศรษฐกิจยูโรและกำลังกลายเป็นที่จับตามองของบรรดานักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศแน่นหนาและมีเสถียรภาพ

ทั้งเช็ก โปแลนด์และอีก 8 ประเทศในซีกยุโรปกลางและตะวันออกเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2004 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทั้ง 10 ประเทศส่วนใหญ่นั้นเคยเป็นอาณานิคมที่อยู่ภายใต้การปกครอง ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจโดยอดีตสหภาพโซเวียต หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1989 โปแลนด์เป็นประเทศแรกในอดีตค่ายคอมมิวนิสต์ที่เปลี่ยนแปลงและปฏิรูปตัวเองให้กลายเป็นประเทศตะวันตกและก็เป็นไปด้วยดี

เช็กมีประชากรราว 10 ล้านคน ขณะที่โปแลนด์มีประชากรราว 38 ล้านคน ระหว่างช่วงที่เกิดปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2008 เป็นต้นมา จนถึงปี 2009 โปแลนด์เป็นประเทศเดียวในยุโรปที่สภาพเศรษฐกิจไม่เผชิญกับสภาวะถดถอยเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ประเทศเช็กเองก็เผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจหดตัวลงเล็กน้อยประมาณเพียงแค่ 4% ในช่วงปีดังกล่าวซึ่งก็ถือว่าน้อยมาก ส่วนตัวเลขการเติบโตด้านเศรษฐกิจตัวอื่นๆ ถือว่าดีมาโดยตลอดช่วง 1 ทศวรรษที่เข้าเป็นสมาชิกของอียู

ถามว่าในบรรดาประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก 10 ประเทศที่เข้าเป็นสมาชิกอียูพร้อมกัน ทำไมมีเพียง 2 ประเทศที่กลายเป็นดาวเด่น คำตอบที่ค้นพบและน่าสนใจเก็บไว้เป็นความรู้มีมากมายหลายประการ

ประการแรก ก่อนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของอียูทั้งสองประเทศมองอนาคตระยะยาวได้อย่างเฉียบแหลม ว่าตลาดอียูเป็นตลาดใหญ่สามารถรองรับสินค้า บริการและแรงงานของประเทศตนเองได้ ที่ดีไปกว่านั้นได้แก่การที่อียูให้การสนับสนุนช่วยเหลือทางด้านการเงินให้แก่ประเทศสมาชิกเพื่อใช้ในการปรับระบบเศรษฐกิจและการเมืองให้เข้ากับระบบประชาธิปไตยแบบตะวันตก

ประการที่สอง ทั้งเช็กและโปแลนด์มีระเบียบวินัยในการใช้เงิน เม็ดเงินสนับสนุนจากอียูถูกใช้จ่ายไปเพื่อเสริมสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจให้แก่ประเทศตนเองเป็นหลัก การทุจริตคอร์รัปชันมีในปริมาณที่ต่ำมากๆ รวมทั้งการเคร่งครัดด้านนโยบายการเงินการคลังที่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของอียู เช่น การต้องรักษาไม่ให้หนี้สาธารณะของประเทศเกิน 60% ของจีดีพี รวมทั้งต้องรักษาตัวเลขการขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกิน 3% ของจีดีพี โดยภาพรวมทั้งสองประเทศมีวินัยที่ดีเยี่ยม ช่วงเวลาการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปพวกเขาจึงอยู่ได้แบบสบายๆ

ประการที่สาม ทั้งเช็กและโปแลนด์ทำการปฏิรูประบบการศึกษาอย่างจริงจังและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของโลก หลักการสำคัญก็คือการผลิตนักศึกษาให้มีทั้งความรู้และทักษะในการทำงานเพื่อช่วยสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโปแลนด์ที่ถือว่าประสบผลสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างดีเยี่ยมมากกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปกลางและตะวันออกด้วยกัน

ประการที่สี่ จากผลในข้อที่สามทำให้โปแลนด์ปัจจุบันจัดเป็นประเทศที่มีแรงงานคุณภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก แรงงานชาวโปแลนด์ที่ไปทำงานต่างประเทศ ต่างเดินทางกลับมาทำงานในประเทศแม่ของตนเองกันอย่างล้นหลาม

ประการที่ห้า เช็กและโปแลนด์มีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำจนถึงไม่มีหนี้เลย เนื่องมาจากการมีระเบียบวินัยทั้งทางการเงินและการคลังดีมาตั้งแต่เริ่มเข้าเป็นสมาชิกอียู

ประการที่หก เช็กและโปแลนด์มีปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศในระดับเสมอต้นเสมอปลาย คือประมาณ 24% ของการลงทุนต่างประเทศทั้งหมดทุกปี โดยเฉพาะสำหรับบรรดานักลงทุนในซีกโลกตะวันตก

ประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็คือ ทั้งเช็กและโปแลนด์ยังไม่ยอมเข้าร่วมเป็นสมาชิกยูโรโซน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท