
ผวายูโรชงตั้งธนาคารหมู่บ้าน
เป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เตรียมการรับมือวิกฤตการณ์ความผันผวนเศรษฐกิจจากยุโรป เมื่อ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกองทุนหมู่บ้าน ได้จัดทำแผนยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นลักษณะกองทุนแห่งชาติก่อนปรับเป็นธนาคารหมู่บ้านเพื่อรับมือกับตลาดการเงินที่อาจชอร์ตจากระบบการเงิน
เป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เตรียมการรับมือวิกฤตการณ์ความผันผวนเศรษฐกิจจากยุโรป เมื่อ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกองทุนหมู่บ้าน ได้จัดทำแผนยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นลักษณะกองทุนแห่งชาติก่อนปรับเป็นธนาคารหมู่บ้านเพื่อรับมือกับตลาดการเงินที่อาจชอร์ตจากระบบการเงิน
แผนงานดังกล่าวมีการยกร่างอย่างเป็นระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวรวัจน์เตรียมนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการประชุมเพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งในวันนี้
เหตุผลที่ต้องมีการเร่งดำเนินการยกระดับกองทุนหมู่บ้านให้เป็นธนาคารหมู่บ้านแห่งชาติโดยเร็วเป็นเพราะสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งเกรงว่าจะกระทบกับธนาคารพาณิชย์ไทยไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนระดับรากหญ้า
“แผนงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจยุโรปในระดับรากหญ้าที่ต้องเตรียมการไว้ ถ้าเกิดยูโรมีปัญหาเกรงว่าแบงก์พาณิชย์อาจชะงักการให้วงเงิน หรือต้องใช้หลักทรัพย์เพิ่ม แต่กองทุนหมู่บ้านจุดแข็งคือปล่อยที่คนทำงาน ปล่อยที่คนดี ตรงนี้จะมีจุดแข็งปล่อยเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนจริงๆ และปล่อยได้แม่นไม่มีหนี้เสีย” วรวัจน์ กล่าว
วรวัจน์ กล่าวว่า บางหมู่บ้านฝากทิ้งไว้เลย ไม่ได้ใช้ ก็จะเอาเงินส่วนนี้ไปบริหาร ซึ่งขณะนี้มีเงินไหลเวียนในระบบไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท ต่อไปเงินฝากของหมู่บ้านนี้ อาจถูกยืมโดยหมู่บ้านอื่นเพื่อเอาไปลงทุน แทนที่ประชาชนเอาเงินไปฝากแบงก์ก็สามารถกู้ผ่านกองทุนนี้เลย ก็จะทำให้การพึ่งพาแบงก์พาณิชย์น้อยลง
วรวัจน์ กล่าวว่า การปล่อยเงินผ่านธนาคารพาณิชย์อาจถูกหนี้สูญ แต่สำหรับธนาคารหมู่บ้านแห่งชาติไม่มีหนี้สูญ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีหนี้สูญ อีกทั้งคนกู้เงินไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ใช้แต่เครดิตของตัวเอง ซึ่งธนาคารหมู่บ้านแห่งชาติจะทำงานคู่ไปกับธนาคารออมสิน
ทั้งนี้ ธนาคารหมู่บ้านแห่งชาติ หรือวีแบงก์ที่อยู่ในแผน 3 วีของรัฐบาล เมื่อนายกฯ ให้เดินหน้าวีแบงก์แล้ว จากนั้นจะต่อด้วยวีเทรด คือการปูพรมเปิดร้านค้าชุมชน และสุดท้ายวีสมาร์ต คือการตั้งศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้
สำหรับกองทุนหมู่บ้านริเริ่มตั้งแต่ปี 2544 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยครั้งนั้นเป็นลักษณะมอบเงิน 1 ล้านบาทให้แต่ละหมู่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวน 7 หมื่นหมู่บ้าน ต่อมาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมแผนยกระดับโครงการกองทุนหมู่บ้าน เป็นธนาคารของชุมชน โดยคัดเลือกกองทุนหมู่บ้านที่ธนาคารดูแลอยู่กว่า 2-3 หมื่นกองทุน ซึ่งมีความเข้มแข็งและมีการบริหารจัดการที่ดี
ดังนั้น ธนาคารหมู่บ้านจะดูแลเรื่องการรับชำระหนี้ของลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกของกองทุน และจะเปิดโอกาสให้กู้เงินจากธนาคารไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในลักษณะธนาคารชุมชนปัจจุบันปรากฏอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ลักษณะรัฐบาลดำเนินการ เช่นแนวคิดของปราชญ์ชาวบ้าน ครูชบ ยอดแก้ว จ.สงขลา ได้ริเริ่มตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หรือ พระสุบิณ ปณีโต วัดไผ่ล้อม จ.ตราด ที่นำเงินมาขับเคลื่อนภายในชุมชนให้เข้มแข็ง







