
ผุดโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
กฟผ.เคาะพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกที่ จ.กระบี่ พร้อมเร่งทำอีไอเอเดือน ส.ค.นี้
กฟผ.เคาะพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกที่ จ.กระบี่ พร้อมเร่งทำอีไอเอเดือน ส.ค.นี้
นายสุนชัย คำนูณนรเศรษฐ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผย ถึงแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่ได้ทบทวนใหม่ ว่า ได้กำหนดพื้นที่ตั้งอยู่ใน จ.กระบี่ โดยจะเริ่มกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งตามแผนโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกจะเข้าระบบการผลิตได้ในปี 2562
เหตุผลที่เลือกพื้นที่ จ.กระบี่ เนื่องจากมีความพร้อมทางศักยภาพมากที่สุด โดยเป็นพื้นที่เก่าของโรงไฟฟ้าเดิมของ กฟผ. แต่ต้องศึกษาสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบด้วย เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องมีความพร้อมในเรื่องของท่าเรือ และเส้นทางการขนส่งถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้า ซึ่งการจัดทำอีไอเอจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ด้วยการทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินให้มากที่สุด
“ยังมีเวลา 7 ปี สำหรับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่อย่างน้อยปีนี้หรือต้นปีหน้าจะต้องทราบพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า เพื่อให้มีเวลาในการดำเนินการ ซึ่งยอมรับว่าการคัดค้านจากชุมชนยังมีอยู่บ้างต้องเร่งทำความเข้าใจมากขึ้น เนื่องจาก จ.กระบี่ มีพื้นที่ท่องเที่ยวอยู่ด้วย แม้พื้นที่ที่กำหนดไว้จะไม่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่ก็ทำให้เกิดความกังวลได้” นายสุนชัย กล่าว
ทั้งนี้ แผนพีดีพีกำหนดให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ 4 แห่งมีกำลังการผลิตรวม 3,200 เมกะวัตต์ หรือแห่งละ 800 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้า 1 แห่ง ต้องใช้เงินประมาณ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ย 5.1-5.2 หมื่นล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 32บาท/เหรียญสหรัฐ) ซึ่งกำหนดการนำโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้าระบบเริ่มแห่งแรกปี 2562 โรงที่ 2 ปี 2565 โรง 3 ปี 2568 และโรงสุดท้ายปี 2571
นายสุนชัย กล่าวว่า กฟผ.มีหน้าที่สำคัญในการจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ ซึ่งการเลือกเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าต้องพิจารณาให้มีต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปจนกระทบต่อค่าไฟฟ้า โดยปัจจุบันไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนมากถึง 70%
สำหรับแผนพีดีพีฉบับใหม่ พยายามจัดหาเชื้อเพลิงอื่นมาช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติมากเกินไป จากปัจจุบันที่ไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้ามากถึง 70% ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน นิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน แต่ทั้งถ่านหินและนิวเคลียร์ยังต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงประโยชน์และความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าก้าวหน้าขึ้นมาก ทำให้ความเป็นห่วงเรื่องเหล่านี้เริ่มลดลง







