
สธ.เปิดโครงการไข่แลกยาเก่า2-5ก.ค.
สธ.เปิดโครงการไข่แลกยาเก่า2-5 ก.ค.ที่รพ.ในสังกัดทั่วประเทศเพื่อปรับประเมินผลระบบบริหารจัดการยา
สธ.เปิดโครงการไข่แลกยาเก่า2-5 ก.ค.ที่รพ.ในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อปรับประเมินผลระบบบริหารจัดการยา
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงจะเริ่มเปิดใประชาชนนำยาเก่ามาแลกไข่ไก่ในระหว่างวันที่ 2-5ก.ค.นี้ พร้อมกันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ รวมกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ
ยาเก่าที่จะนำมาแลกไข่ ประชาชนสามารถนำยาแผนปัจจุบันทุกชนิด ทั้งชนิดที่ซื้อเอง หรือได้รับจากสถานพยาบาลต่างๆทั้งรัฐหรือเอกชน แต่ไม่รวมยาสมุนไพร โดยจะแจกไข่คืนแก่บ้านที่นำยาเก่าไปแลก ให้ครอบครัวละ 5 ฟองเป็นอย่างน้อย ทำอาหารได้ 1-2 มื้อ ไข่ที่แลกขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของพื้นที่ บางแห่งอาจเป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือไข่เค็ม หากไม่มีไข่ อาจจะเป็นมะนาวก็ได้
วัตถุประสงค์หลักของโครงการไข่แลกยาเก่านี้ เพื่อรณรงค์ประชาชนให้มีความตระหนักในการใช้ยา และใช้ยาให้เกิดประสิทธิภาพต่อการรักษาอาการเจ็บป่วย ซึ่งโครงการนี้จะทำให้ทราบถึงขนาดปัญหาการใช้ยาของคนไทย ว่ามียาเหลือใช้ตกค้างตามบ้านเรือนจำนวนเท่าใด และวิธีการเก็บรักษา โดยมอบหมายให้นายแพทย์นิทัศน์ รายยวา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบบริหารจัดการ และจะประเมินผลกลางเดือนกรกฎาคม 2555
ด้านนพ.นิทัศน์ กล่าวว่า ยาเก่าที่รับคืนทั้งหมดจะให้เภสัชกรของโรงพยาบาลต่างๆ เป็นผู้วิเคราะห์ คัดแยก ที่หมดอายุแล้วจะรวบรวบส่งไปทำลาย และปีหน้าจะปรับระบบบริหารจัดการยาให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยรณรงค์ให้ประชาชนใช้ยาดีและมีคุณภาพตามนโยบายรัฐบาล
ส่วนสาเหตุที่มียาเก่าเหลือตกค้างตามบ้านเรือนได้แก่ 1.การซื้อยากินเอง กินแล้วอาการไม่หาย 2.นำยาของคนอื่นที่ที่มีอาการป่วยคล้ายกันมาใช้แทน 3.เก็บยาไม่ถูกต้อง ทำให้ยาเสื่อมสภาพ 4.ประชาชนไม่ดูวันหมดอายุยา 5.ลืมกินยา 6.รักษาหลายโรงพยาบาลทำให้รับยาหลายขนานซ้ำซ้อน และ7.ประชาชนพึ่งยามากกว่าพึ่งตนเอง เพราะเชื่อว่าหากป่วยแล้วมียารักษา







