
เร่งจัดระเบียบจอมืด
แม้ศาลแพ่งจะยกคำร้องไม่คุ้มครองฉุกเฉิน ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและผู้ชมรายการทีวีผ่านระบบทีวีอื่น ร่วมกันร้องให้คุ้มครองฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาจอมืดไม่ให้โดนปิดกั้นเข้ารหัสสัญญาณ ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลยูโรจะจบสิ้นในคืนวันที่ 1 ก.ค.นี้
แม้ศาลแพ่งจะยกคำร้องไม่คุ้มครองฉุกเฉิน ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและผู้ชมรายการทีวีผ่านระบบทีวีอื่น ร่วมกันร้องให้คุ้มครองฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาจอมืดไม่ให้โดนปิดกั้นเข้ารหัสสัญญาณ ก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลยูโรจะจบสิ้นในคืนวันที่ 1 ก.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม การร้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ซึ่งยื่นหนังสือต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ขอให้ตรวจสอบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอาจเข้าข่ายละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภค นับเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป
โดยเฉพาะข้อเรียกร้อง กสท. ไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภค อาจเข้าข่ายการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของ กสท. การดำเนินการของ กสท. อาจจะถือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 47 ซึ่งอยู่ในส่วนที่ 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน
มาตรา 47 มีเนื้อหาหลักว่า คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่ง (คือ กสทช.) ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับการประกอบการตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินการตามวรรคสอง ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดการให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ
การกำกับการประกอบกิจการตามวรรคสอง ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเอง หรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน
รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกันตามศักดิ์ของกฎหมาย เป็นกฎหมายที่กฎหมายอื่นไม่สามารถออกมาขัดแย้งได้
นักวิชาการและนักกฎหมายอิสระมองกรณีนี้ว่า หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแล คือ กสทช. ทำหน้าที่ล้มเหลว เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาผู้ประกอบการที่ไปจำกัดสิทธิการเข้าถึงสื่ออย่างทั่วถึง ตามมาตรา 47 ทั้งแกรมมี่ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 9 ซึ่งหน้าที่ของทีวีช่องหลัก หรือฟรีทีวี ต้องถ่ายทอดและปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองโดยไม่ยึดตามสัญญาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้น แม้การขอคุ้มครองฉุกเฉินจะโดนยกคำร้องไป แต่แนวทางการตัดสินการไม่ทำหน้าที่ของ กสทช.ต่อจากนี้ จะถือเป็นการวางมาตรฐานสำหรับลิขสิทธิ์กับฟรีทีวี โดยจะเป็นการเปลี่ยนโฉมวงการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งแน่นอนทุกๆ การออกกฎหมายย่อมทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น รวมถึงประชาชนทั่วไปที่กฎหมายรัฐธรรมนูญรับรองประโยชน์สูงสุดไว้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการวางมาตรฐาน เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องตกเป็นตัวประกันในการแย่งชิงผลประโยชน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกมากมายต่อไป







