
ส่งออกอียูขอยืดหนี้8เดือน
วิกฤตอียูกระทบผู้ส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือย เสื้อผ้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ขอธนาคารยืดหนี้ จากครึ่งปีเป็น 8 เดือน
วิกฤตอียูกระทบผู้ส่งออกสินค้าฟุ่มเฟือย เสื้อผ้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ ขอธนาคารยืดหนี้ จากครึ่งปีเป็น 8 เดือน
นายสุภกิจ บุญเลี้ยง ผู้อำนวยการฝ่ายผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายกลยุทธ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ลูกค้าที่ทำธุรกิจส่งออกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้า สิ่งทอ และสินค้าฟุ่มเฟือย เริ่มขอธนาคารขยายระยะเวลาสินเชื่อเพื่อการส่งออกและนำเข้า (แพ็กกิงเครดิต) จากปกติที่ให้ระยะเวลานานสุด 180 วัน ซึ่งอิงจากหน้าตั๋วแอล/ซี โดยขยายเวลาออกไปอีก 3060 วัน ซึ่งเป็นผลจากวิกฤตการณ์การเงินในยุโรป
“ตอนนี้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบชัด เริ่มมีบ้างบางรายที่ขอยืดระยะเวลาแพ็กกิงเครดิต เหมือนช่วงที่เกิดซับไพรม์สหรัฐในปี 2551 เมื่อเศรษฐกิจในแต่ละประเทศชะลอตัว เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนมยอดขายก็จะตกลง เพราะคนประหยัด เป็นสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็ได้” นายสุภกิจ กล่าว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มีลูกค้าส่งออกในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ขอยืดระยะเวลาแพ็กกิงเครดิตแต่ยังไม่มาก เพราะเป็นสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เหมือนสินค้าอาหารซึ่งธนาคารก็คิดดอกเบี้ยตามปกติ
อย่างไรก็ดี ลูกค้าส่งออกก็มีความระมัดระวังตัวด้วยการหาตลาดใหม่ และหากยังเก็บหนี้เก่าไม่ได้ ก็จะไม่ขายสินค้าให้เพิ่ม
“สัญญาณที่เห็นการสั่งซื้อสินค้าน้อยลงในลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่การยืดระยะเวลาการชำระเงินเริ่มเห็นตอนปลายปี” นายทรงพล กล่าว
นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ยังไม่มีลูกค้าที่มาขอยืดระยะ เวลาแพ็กกิงเครดิต เพราะธนาคารมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ ที่ให้ลูกค้านำใบเรียกเก็บเงินมาขายลดกับธนาคารได้ สำหรับลูกค้าที่เป็นห่วงว่าจะเก็บค่าสินค้าไม่ได้ เพื่อนำเงินไปหมุนเวียน เนื่องจากยอดขายของลูกค้าส่งออกเริ่มลดลงตามสถานการณ์ในยุโรป







