
ผมเป็นสายล่อฟ้าตรงไหน
“เราไม่ได้ทุรนทุรายกับการที่โดนใบแดง ความจริงก็สะใจไปอย่างหนึ่ง ให้มันรู้ไปเลยว่า อย่างนี้โดน (เสียงเข้ม) คือ มันเจ็บ มันเยอะแล้ว... คือ ไอ้เรื่องนี้เล็กมาก... เล็กจริงๆ นะพี่”
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม/ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
“เราไม่ได้ทุรนทุรายกับการที่โดนใบแดง ความจริงก็สะใจไปอย่างหนึ่ง ให้มันรู้ไปเลยว่า อย่างนี้โดน (เสียงเข้ม) คือ มันเจ็บ มันเยอะแล้ว... คือ ไอ้เรื่องนี้เล็กมาก... เล็กจริงๆ นะพี่”
“เก่ง” การุณ โหสกุล สส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย หลายคนบอกเป็นสายล่อฟ้า เพราะตลอดเวลาที่เป็น สส.สองสมัย เก่งตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวข้องกับความก้าวร้าวท้าตีท้าต่อยตลอด ทั้งที่ภาพในพื้นที่อีกด้านแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สส.เก่ง เป็นนักเลงใจใหญ่ ช่วยเหลือทุกตรอก ซอก ซอยจนคนรักทั่วทั้งดอนเมือง
ล่าสุด ข่าว สส.เก่ง สะท้านขึ้นมาอีกรอบ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบแดงย้อนหลัง โทษฐานที่ปราศรัยหมิ่นประมาทคู่แข่ง “อี้” แทนคุณ จิตต์อิสระ จากพรรคประชาธิปัตย์ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2 ก.ค. 2554 แม้ยังต้องรอให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตัดสิทธิขั้นตอนสุดท้ายในอีกไม่กี่เดือน แต่ถ้าศาลตัดสินว่าผิด เก่งต้องอดเล่นการเมืองยาว 5 ปี
ทีมงานโพสต์ทูเดย์ บุกไปเปิดใจเก่งถึงบ้านพักซอยสรงประภา 30 ย่านดอนเมือง เจ้าตัวต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ก่อนเล่าความรู้สึกเรื่องใบแดง ว่า เฉยๆ มาก เพราะเชื่อมั่นในศาลฎีกา
“ตอนที่เป็นข่าวผมอยู่ที่พรรค ประชุมอยู่ แล้วก็พักผ่อนด้วยการเล่นสนุกเกอร์กับ สส.สุรชาติ เทียนทอง มีเอสเอ็มเอสมาว่า กกต. มีมติให้ใบแดง 3 ต่อ 2 สส. สุรชาติก็ถามพี่เก่ง ส่วนผมเฉย แทงสนุกต่อ ขำๆ ผมเป็นอย่างนี้จริงๆ ไม่รู้สึกอะไร”
“ตอนแข่งกับ สส.แบม (จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์พรรคชาติไทย) ตอนนั้นก็มีการตัดสินเรื่อง คุณวุฒิการศึกษาของผม ผมมั่นใจว่า ผมต้องรอด ศาลฎีกาท่านตัดสิน ทุกอย่างก็จบ สรุปผมไม่ผิด ดังนั้นถ้าผมผิดจริง ก็เสร็จไปแล้ว”
เก่ง บอกว่า ไม่มีเหตุผลที่โดนใบแดง จึงเชื่อว่าถูกล็อกเป้ามากกว่า
“ผมพยายามนึกแล้ว นึกอีกถึงการลงพื้นที่ ผมพยายามระมัดระวังตัวเองตลอด แต่ก็เจออีกฝ่ายร้องทั้งศาลอาญา ศาลแพ่ง กกต.ใหญ่ กกต.เขต กกต.เขตส่งเรื่องไปยืนยันว่า ไม่มีเหตุจะให้ใบแดง แต่ กกต.ใหญ่กลับตั้งอนุฯ ขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องนี้ จน กกต.มีความคิดสองฝ่าย สุดท้ายผมก็โดน ถ้าตัดสินอย่างนี้ ผมว่าทุกคนก็น่าจะโดนหมดด้วย
“ในคำฟ้องบอกว่า ผมปราศรัยมีพรรคการเมืองเก่าแก่ มีนักการเมืองรุ่นใหม่ เวลาปราศรัยที่ไหนต้องเกณฑ์คนไป จ้างเงิน 300 บาท แต่พี่น้องอยู่ตรงนี้ผมไม่ได้จ้างมานะ อีกประเด็น คือ ผมปราศรัยว่าบางคนไม่รู้มาจากภูเขาลูกไหน ใช้แซ่อะไร เปลี่ยนแซ่เป็นนามสกุลทำให้พ่อต้องตรอมใจตาย ที่สำคัญยังถ่ายแบบหนังสือเกย์อีก ซึ่งผมยืนยันว่า ไม่ได้พูดถึงใคร ที่ผมพูดเพราะต้องการให้คนเหล่านี้หยุดการพูดแบบนี้
“ทั้งหมดเป็นเรื่องที่สื่อไปจับแพะชนแกะโยงออกมา เราก็เลยรู้สึกว่า ความยุติธรรมในโลกนี้เป็นอย่างนี้หรือ แต่เราก็ยอมรับในองค์กร ไม่ว่า จะยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม ใจผมเชื่อ 100% น่าจะหลุดได้ แต่ถ้าเผื่อมีการล็อกเป้า หรือมีธงอยู่แล้ว จากที่เรามั่นใจ 100% มันก็เหลือหัวก้อย มันอยู่ที่เขาจะฆ่า หรือจะเลี้ยงเราไว้ เท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้กล่าวถึงองค์กรไหนนะ”
คิดว่าเป็นสายล่อฟ้าไหม?
เก่งตอบ “พฤติกรรมผมเรื่องความรุนแรง ผมแทบไม่มีเลยนะ กรณีท่านอาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ที่ตกเป็นข่าวว่า ผมถีบในสภา พูดกันเป็นปี ตอนนั้นไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ มากล่าวหาว่า การุณถีบอย่างนั้น ท่านอาจารย์สมเกียรติ ก็ยังไม่รู้ว่าโดนอะไรบอกแค่ว่าไปตรวจแล้วพบเป็นแผลถลอกเท่านั้นเอง จึงเป็นที่มาของคำว่า การุณถีบ ผมขอสาบานต่อหน้าวัดพระแก้ว ว่าผมไม่ได้ถีบจริงๆ ต้องเชื่อในผมบ้างโอเคแม้ศาลจะตัดสิน ซึ่งเราก็ยอมรับ แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ทำ ทั้งหมดอาจเป็นเพราะต้นทุนเราต่ำเหลือเกิน อะไรๆ ก็ “การุณอีกแล้ว” อยากรู้เหมือนกัน ผมเป็นสายล่อฟ้าตรงไหน ไม่ได้รุกเขา ไม่ไปเสี้ยมเขา แค่เราตั้งรับเท่านั้น
... กรณีท่านอาจารย์สมเกียรติ ผมคิดทะนงตัวว่า ผมน่ะมีแบ็กดี คือ ประชาชน ผมเพียงต้องการให้เกิดความถูกต้องเลยต้องเบรกเขาให้ได้ ถ้าไม่เบรก คุณก็จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวอีก แต่ถ้าผมไม่ทำ คุณก็จะทำต่อไป วันนี้ผมขอปั้ง! ผมยอมเจ็บเอง ถ้าผมปล่อยเขาต่อไป เขาได้ตรงนี้เสร็จ เขาก็จะไปทำที่อื่นต่อ ดังนั้นคนอย่างนี้อยู่ในสังคม ผมไม่ยอม”
สส.เก่งร่ายยาวชี้แจงไปถึงช่วงน้ำท่วมที่มีข่าวว่าถูกชาวบ้านต่อยปากแตกจนเย็บ 5 เข็ม เพราะขับเจ็ตสกีเกิดคลื่นกระแทกจนเรือชาวบ้านล่ม โดยยืนยันว่า เรือชาวบ้านคว่ำจริง แต่พยายามไปช่วย พอไปถึงชาย4 คนมาต่อยผม พร้อมด้วยไม้พายที่โครมเข้ามา พูดเสร็จเจ้าตัวแบะริมฝีปากให้ดูรอยเย็บ พลางว่าขนาดเป็นคนดูแลรักษาหน้าสุดๆ ไม่เคยมีเรื่องราวชกต่อยใคร แต่นี่ผ่านไปเกือบปี ยังเป็นรอยอยู่เลย
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ มันเป็นเรื่องต่อเนื่องที่เราได้ออกไปต่อสู้ เลยถูกล็อกเป้า เพราะเขามองว่าผมเป็นตัวรุนแรงที่จะทำให้เกิดกรณีต่างๆ ในอนาคตได้ ผมถึงอยากให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่ใช่ซาดิสต์นะ เพราะผมไปสู้อะไรกับเขาไม่ได้ เมื่อเขาเหนือกว่าเราต้องยอม ถ้าเราจะไปตะบี้ตะบัน สุดท้ายเราบาดเจ็บ เราต้องยิ้มรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น กูยังไม่ตาย กูยังอยู่ หนักกว่านี้มีอีกไหม (เสียงเข้ม)
“ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผมปั้งๆๆๆ ออกไปเนี่ย ผมทำเพื่อหยุดความก้าวร้าว หยุดความเลวร้ายที่จะเกิดกับสังคมในเวลานั้น ทุกคนอาจมองว่า ทำไมผมต้องเอาตัวไปแลก ความจริงมันเป็นวิธีซึ่งบางครั้งก็แล้วแต่บุคลิกใครบุคลิกมัน แต่ทั้งหมดผมต้องการบอกว่า เฮ้ย...หยุดนะ มีคนใจถึงเหมือนคุณก็มีนะมีคนพูดเลวกว่าคุณก็มีนะ คือ...บางครั้งผมยอมได้เลยว่า อย่าเลวให้มาก เห็นไหมกูเลวกว่ามึงอีก”
เพื่ออะไร?... “ก็เพื่อมึงจะได้หยุดเลวไง ผมก็รับนะสิ่งที่ผมทำ ก็เพื่อบอกเขาว่า มึงอย่าเลวมาก เห็นไหมกูก็เลวกว่ามึงได้ ไม่ได้เพื่ออะไรแต่เพื่อให้มึงหยุดเลว” เขากล่าวอย่างมีอารมณ์
ถามไปว่า เคยย้อนคิดไหมว่า เราทำอะไรผิด?
เก่งตอบทันที น้ำเสียงหนักแน่น “ไม่มีๆๆ ผมตอบได้ชัดเจนว่า ทุกเรื่องเป็นความตั้งใจทั้งนั้น นี่ผมพูดจากหัวใจเลยนะ เพราะถ้าวันหนึ่ง มีคนมาก้าวล่วงเรา เรายอมได้บ้าง แต่ถ้ามากๆ เราก็บอก อย่านะ กูไม่ยอมแล้วนะ ยังเข้ามาอีก ไม่ยอมหยุดอีก ผมจะตกขอบอยู่แล้ว ผมก็ต้องสวนไปว่า เฮ้ย...เอาไงว่ะ ก็ต้องสวนกลับ แต่เราไม่ทะลุกรอบแน่
“วิถีผมมันเป็นการต่อสู้เพื่อหาความถูกต้องถ้าวันใดจุดที่เรายืนอยู่ไม่ถูกต้อง ผมก็พร้อมที่จะกระโดดไปอยู่อีกจุดหนึ่งเหมือนกัน ผมไม่ได้กลัว พรรคจะหาว่า ผมเป็นกบฏ ผมเฉยๆ ผมต้องการยืนให้ตรงให้ได้เท่านั้นเอง ถึงจะแลกด้วยตัวเองก็ช่าง ผมพร้อมเป็นอะไรก็ได้ให้เป็นหมาก็เป็น แต่พฤติกรรมที่ไม่ดี ต้องหยุดนะ”
“คำว่า สายล่อฟ้า ผมยังไม่รู้เลยว่า ผมไปทำพฤติกรรมอะไรให้เห็นแบบนั้น แต่ด้วยการเขียนของสื่อ วาดภาพผม ทั้งที่ผมเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี กอดคอได้ทุกคน มีมิตรมาก พี่ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ยังโทร.มาให้กำลังใจเยอะมาก อย่างพรรคเราก็รักผม 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ อาจมีบางคนไม่ชอบหมั่นไส้บ้าง”
มีเสียงวิจารณ์ว่า สส.เก่งเป็นฮาร์ดคอร์รู้สึกอย่างไร? เก่งเสียงอ่อนก่อนย้ำว่า ถ้าใครรู้จักผม ผมไม่เคยมีเรื่อง ไม่เคยทะเลาะกับใครด้วยเรื่องตัวเอง เรื่องที่เกิดขึ้นทุกเรื่องเป็นเรื่องที่คนมารังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ผมในฐานะที่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม และชอบเคลียร์ปัญหาให้กับชาวบ้าน มันเลยไม่ยอมจึงปรี๊ดขึ้นมาทันที
รู้สึกตัวหรือเปล่า? “ผมรู้ตัวหมด ผมไม่ได้บันดาลโทสะ แต่ผมยืนยันว่า แม้ผมไม่ใช่เปาบุ้นจิ้น แต่ผมต้องการให้ทุกฝ่ายอยู่บนหลักความถูกต้องพอ นี่คือความยุติธรรม ถ้ายิ่งเอาเปรียบมากขึ้นผมถึงปะทะ ไม่ใช่มาถึงผมปะทะเลยนะครับ ผมพยายามแยกดีแยกร้ายแล้วค่อยๆ เคลียร์
ซักไปตรงๆ เก่งเป็นคนสองบุคลิกจริงหรือไม่ใจดีกับก้าวร้าว เจ้าตัวยอมรับ คนที่รักและใกล้ชิดเคยพูดเช่นนี้เหมือนกัน เพราะเขาเตือนด้วยความหวังดี
“คงเป็นเพราะผมมีความตั้งใจจริงอย่างที่ชาวบ้านเห็น แต่อีกบุคลิกมันมาโดยที่เราไม่ยอมความอยุติธรรม จะเอาไว้ไม่ได้ เพราะถ้าเอาไว้ มันจะเป็นเหลือบที่จะเกาะกินให้เสื่อมไป ผมยอมรับมันอาจเป็นมุมไม่ดี แล้วมันผิดไหม ผมชอบ... เพราะผมอยากเป็นอย่างนั้น อยากให้คนที่ทำไม่ถูกต้องกับสังคมได้สะท้านบ้างว่า มันไม่มีอะไรราบเรียบเสมอไป ใครทำดีก็ดีไป ถ้าใครทำเลว มันก็ต้องเจออะไร ปะทะบ้าง ประมาณนี้ครับ...
เก่งเล่าต่อ “ด้านหนึ่งผมชอบเลี้ยงสัตว์ ป้อนอาหารนก เลี้ยงกระต่าย ผมรักเด็ก ผิดกับที่พวกพี่เห็นผมว่า ก้าวร้าว เกเร ผมเซนซิทีฟมาก เวลาเด็กๆ ล้ม เลือดไหล ผมจะเข้าไปน้ำตาไหลแทน ผมเป็นคนขี้สงสาร ภาพนั้นพวกพี่เห็นน้อยมาก เพราะถ้ามันแสดงก็ต้องแสดง
แล้วจะแสดงเพื่ออะไร?...” ไม่ๆๆ บางตอนเท่านั้น จริงๆ ผมแสดงน้อยมาก แต่ว่าเอาไปจั่วหัวจนมันเยอะไง
ย้อนกลับมาถามตอนไล่ประธานสภา เห็น สส. เก่งไปห้ามจิรายุ ห่วงทรัพย์ จากเพื่อไทยด้วยกันใช่ไหม?
“ห้ามซิ ผมไปบอกว่า อย่าทำกันเลยรูปในหลวงอยู่ข้างบน (ห้องประชุมสภา) พวกเรา สส.ก็พวกกันทั้งนั้น แต่พรรคเดียวกัน มาดึงผมไป จนผมเซ กลัวผมจะไปทำอะไร ผมก็เลยตวาดไปด้วยความโมโหว่า เฮ้ย... มากระชากผม เหมือนผมเป็นตัวเรื่อง พี่วิชาญ มีนชัยนันท์ บอก เก่งพอแล้ว (เสียงเข้ม) กูไม่ได้ทำอะไรเลย อย่าลืมว่า ผมตัวเล็ก เวลากระชากผม ผมกระเด็นกระดอนเลยนะ ทั้งที่ผมบอก ผมมาห้าม ให้ผมได้แสดงบทผมบ้างซิ สุดท้ายผมก็กราบขอโทษ สส.พรรคเดียวกันว่า เพราะรู้ว่าเป็นห่วงผม”
เก่งวกกลับเพื่อยืนยันอีกครั้งว่า พฤติกรรมอะไรต่างๆ กล้าพิสูจน์หรือให้สื่อทำโพลได้ ว่าคนในดอนเมืองไม่เห็นเหมือนที่เป็นข่าว เขาเห็นว่า เก่งเป็นคนเล็ก พูดจาก็เพราะ ให้เกียรติคนตลอด และก็ยกมือไหว้คนมากที่สุดในดอนเมือง
“ผมบอกได้ว่า ทั้งหมดผมโดนทำร้าย”







