
เลิกสร้างภาพป้องกันน้ำ
ความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำปี 2554 กระทั่งเกิดมหาอุทกภัยผู้คนหลายล้านในพื้นที่กว่า 10 จังหวัด ได้รับความเดือดร้อนนานหลายเดือนเป็นชนักปักหลังรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็ไม่อาจลบความผิดพลาดที่ว่านี้ไปจากความรู้สึกของประชาชนได้
ความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำปี 2554 กระทั่งเกิดมหาอุทกภัยผู้คนหลายล้านในพื้นที่กว่า 10 จังหวัด ได้รับความเดือดร้อนนานหลายเดือนเป็นชนักปักหลังรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไรก็ไม่อาจลบความผิดพลาดที่ว่านี้ไปจากความรู้สึกของประชาชนได้
โครงการกู้เงินต่างประเทศกว่า 3.5 แสนล้านบาท เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ อาจเป็นการแสดงออกให้เห็นว่ารัฐบาลตระหนักและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต แต่เพียงแค่ไม่ทันไร โครงการป้องกันอุทกภัยในระยะเฉพาะหน้าของรัฐบาลก็ส่อความไม่ชอบมาพากล
จากข้อมูลของภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน หรือ ภตค. ซึ่งพบความผิดปกติในโครงการขุดลอกคูคลองใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่แม้ว่าจะดำเนินการไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่มีการขุดลอกคูคลอง ยังคงมีวัชพืชและตะกอนดินขวางการไหลของน้ำ ส่วนอีกโครงการคือการขุดลอกแม่น้ำปิง ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่าหลักเกณฑ์การตรวจรับงานโดยคำนวณจากปริมาณดินที่ขุดลอกขึ้นมานั้น หลายช่วงไม่ครบตามระยะทางที่กำหนด
เม็ดเงินงบประมาณของทั้งสองโครงการดังกล่าวประมาณ 600 ล้านบาทแต่ความผิดปกติที่ตรวจพบครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วโครงการในพื้นที่อื่นๆ จะเป็นเช่นนี้ด้วยหรือไม่
แม้โครงการป้องกันอุทกภัยที่หลายพื้นที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นโครงการเร่งด่วน ต้องทำแข่งกับเวลา ซึ่งใช้การจัดจ้างวิธีพิเศษ แต่ไม่ว่าการทุจริตจะเกิดขึ้นในขั้นตอนไหน ระดับใด รัฐบาลมิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ยิ่งสถานการณ์อุทกภัยกลายเป็นฝันร้ายของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ รัฐบาลยิ่งจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและติดตามการใช้งบประมาณเพื่อป้องกันอุทกภัย เพื่อมิให้ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลลดน้อยลงไปอีก
ที่สำคัญ การตรวจสอบจะต้องเร่งทำแข่งกับเวลา เพราะช่วงน้ำหลากนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ หากโครงการที่ดำเนินการไปแล้วเกิดการทุจริตจนประสิทธิภาพป้องกันอุทกภัยล้มเหลว ความเสียหายนั้นย่อมหนักหน่วง
ความหนักหน่วงของการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดนี้ มิใช่เฉพาะแต่ศรัทธาของประชาชน แต่การถอนการลงทุนของบริษัทต่างชาติหลังอุทกภัยปลายปี 2554 สร้างความเสียหายแก่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง เป็นประจักษ์พยานถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นรัฐบาลไม่อาจผิดพลาดอีก
นอกจากการสร้างภาพให้เห็นความเอาจริงเอาจังวางระบบป้องกันอุทกภัยแล้ว รัฐบาลจะต้องเร่งสะสางปมความไม่ชอบมาพากลดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้ระบบป้องกันอุทกภัยเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง







