
โลกมองไทย
เว็บไซต์เอ็มเอสเอ็นบีซีของสหรัฐ เปิดเผยบทบรรณาธิการ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ระบุว่า ปัจจุบันค่านิยมให้การสนับสนุนความเป็นอเมริกันในสังคมไทยลดลงอย่างมาก โดยผู้เขียนมองว่า แม้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไทยจะดำเนินนโยบายสานสัมพันธ์กับสหรัฐอย่างแน่นแฟ้น เพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ทว่าในปัจจุบันมุมมองของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยที่มีต่อสหรัฐเปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าการพยายามเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นของสหรัฐ เป็นการเข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในประเทศและเพื่อถ่วงดุลอำนาจจีนภายในภูมิภาคไปแล้ว
เว็บไซต์เอ็มเอสเอ็นบีซีของสหรัฐ เปิดเผยบทบรรณาธิการ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ระบุว่า ปัจจุบันค่านิยมให้การสนับสนุนความเป็นอเมริกันในสังคมไทยลดลงอย่างมาก โดยผู้เขียนมองว่า แม้ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไทยจะดำเนินนโยบายสานสัมพันธ์กับสหรัฐอย่างแน่นแฟ้น เพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่ทว่าในปัจจุบันมุมมองของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยที่มีต่อสหรัฐเปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าการพยายามเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นของสหรัฐ เป็นการเข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในประเทศและเพื่อถ่วงดุลอำนาจจีนภายในภูมิภาคไปแล้ว
ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบค่านิยมที่ลดลงกับกรณีการเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกของ เลดี้ กากา นักร้องสาวชื่อดังของโลก เพราะถึงแม้ว่านักร้องสาวจะได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงชาวไทยจำนวนมากที่รอชมการแสดงสดถึง 5 หมื่นคน แต่ทว่าก็เกิดกระแสต่อต้านถึงความพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ที่ไทยมองว่าเป็นการดูถูกและไม่เคารพวัฒนธรรมไทยเช่นเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น กรณีการโพสต์ความคิดเห็นของนักร้องคนดังผ่านทางทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังว่าเจ้าตัวได้เดินทางมาถึงเมืองไทยและพร้อมที่จะไปเที่ยวกลางคืนและซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมแล้ว ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในไทย
ผู้เขียนมองว่า สาเหตุที่คนไทยส่วนหนึ่งไม่พอใจกับพฤติกรรมของนักร้องสาว เป็นเพราะสังคมไทยยังคงเป็นสังคมแบบอนุรักษนิยมที่ค่านิยม “รักษาหน้า” หรือการให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ต้องดูดี เป็นสิ่งที่ต่างชาติควรเคารพและให้ความสำคัญ
เช่นเดียวกับกรณีการออกมาแสดงความเห็นของสหรัฐต่อมาตรา 112 ซึ่งเปิดทางให้มีการลงโทษผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ว่าเป็นมาตราที่รุนแรงและละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งทางไทยมองว่าเป็นกิจการภายในประเทศ ที่ต่างชาติไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย







