
คิดให้ไกล
วิกฤตการณ์หนี้ของกลุ่มประเทศยุโรปเป็นภัยร้ายที่กำลังลุกลามไปเยือนทุกประเทศ ขนาดสหรัฐอเมริกาและจีนก็ยังหนีไม่พ้นเลย จนพญาอินทรีถึงกับประกาศปรับลดเป้าหมายการเติบโตของปีนี้ลง 0.50% เหลือระดับ 1.9-2.4% แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะอยู่สบายไปได้อย่างไร
วิกฤตการณ์หนี้ของกลุ่มประเทศยุโรปเป็นภัยร้ายที่กำลังลุกลามไปเยือนทุกประเทศ ขนาดสหรัฐอเมริกาและจีนก็ยังหนีไม่พ้นเลย จนพญาอินทรีถึงกับประกาศปรับลดเป้าหมายการเติบโตของปีนี้ลง 0.50% เหลือระดับ 1.9-2.4% แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะอยู่สบายไปได้อย่างไร
ดูอาการแล้วน่าจะสะบักสะบอมพอสมควร เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขส่งออกที่รูดลงมามาก ครั้นจะไปหาตลาดใหม่ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายประเทศเข้าไปยึดหัวหาดกลุ่มตะวันออกกลางและแอฟริกากันเรียบร้อยแล้ว
แต่ที่น่าตกใจไม่ใช่เรื่องวิกฤต แต่กลับเป็นความฝันของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพราะจนถึงเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) ท่านยังคงยืนยันและมั่นใจว่าการส่งออกปีนี้ยังขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 15% ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึง 7% เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศและภาคการผลิตยังคงขยายตัวได้ดี
ขณะเดียวกันสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยังคงคาดว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 5.7% หรือระหว่างกลางของช่วงคาดการณ์ที่ 5.2-6.2%
แต่ในวันเดียวกันกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ประกาศลดเป้าหมายการเติบโตลงเหลือเพียง 3.3% เทียบกับเป้าเดิมที่วางไว้ 3.7%
หากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผู้ที่รับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจของประเทศยังคงมองภาพซะสวยหรู ท่ามกลางปัจจัยลบมากมายและรุนแรงจนสามารถเขย่าจนโลกสะเทือนได้ก็แล้วกัน ไม่ต้องเดาก็รู้แล้วว่าอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อไม่ยอมรับความจริงกันแล้ว คงใช้ยาแก้ปัญหาไม่ถูกโรค อาจจะทำให้ป่วยเรื้อรังก็เป็นไปได้
สถานการณ์ในขณะนี้ รัฐบาลคิดแค่การแก้วิกฤตเฉพาะหน้าคงไม่เพียงพอเสียแล้ว เวลานี้จุดอ่อนของประเทศไทยกลับถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผล ให้นักลงทุนและธุรกิจใหญ่ข้ามชาติถอนสมอการลงทุนออกไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว รายล่าสุด ชิเซโด้ ผู้จำหน่ายเครื่องสำอางรายใหญ่จากญี่ปุ่นหนีไปเวียดนาม
และในไม่ช้านี้จะมียักษ์ใหญ่รายอื่นประกาศทิ้งประเทศไทยเพิ่มเติม เพราะปัญหาใหญ่ๆ ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ความเชื่อมั่นลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ
ใกล้จะย่างเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ยังไม่มีใครรู้เลยว่าจะเอาน้ำอยู่หรือไม่ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็รอวันประทุ จะมีการเปิดสภา มีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความคิดเห็นที่แตกต่างคงจะก่อให้เกิดการชุมนุมกลางเมืองขึ้นในหลายจุด
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับความจริงและระดมสมองตีโจทย์และปัญหาให้แตก เพื่อใช้มาตรการแก้ไขให้ถูกจุดและทันท่วงที อย่าประเมินสถานการณ์ต่ำจนเกินไป เดี๋ยวจะหาทางออกที่ดีๆ ไม่พบ นอกจากนี้ต้องมองการพัฒนาประเทศให้ไกล คิดแล้วหรือยังว่าหลังเงินลงทุนโดยตรงขนาดใหญ่ไหลออกไปแล้ว ประเทศไทยจะอยู่กันต่อไปได้อย่างไร ไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้อีกนานหลายปี







