
คลังสวนกระแสปั่นจีดีพี5.7%
วิกฤตยูโรไม่ระคายเศรษฐกิจไทยมั่นใจบริโภคภายในยังขยายตัวดี
วิกฤตยูโรไม่ระคายเศรษฐกิจไทยมั่นใจบริโภคภายในยังขยายตัวดี
คลังมาแปลกขยับเป้าจีดีพีปีนี้โต 5.7% แม้เจอสารพัดวิกฤตทั้งในและต่างประเทศ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. ได้ปรับประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 5.7% จากคาดการณ์เดิมที่ 5.5% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 5.26.2%
ปัจจัยที่จะหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วคือภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวได้จนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่เม็ดเงินเพิ่มเติมจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะช่วยให้การลงทุนของรัฐขยายตัวได้เพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังอยู่ในช่วงขาลง
การบริโภคภาคเอกชน ปี 2555 คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 5.2% การบริโภคภาครัฐขยายตัว 4.5% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวที่ 13.5% โดยเป็นการฟื้นตัวดีทั้งในหมวดเครื่องมือ เครื่องจักร หมวดการก่อสร้าง จากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นและภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่กลับมาขยายตัวอีกครั้ง ขณะที่การลงทุนของภาครัฐปีนี้คาดว่าเติบโตที่ 9.7% ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ
ทั้งนี้ ในส่วนของมูลค่าการส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวที่ 12.8% แม้จะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มสหภาพยุโรป ส่วนมูลค่าการนำเข้าปีนี้ คาดว่าขยายตัวอยู่ที่ 22.3%
ขณะที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 0.4% ต่อจีดีพี รวมทั้งประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะอยู่ที่ 3.5% ลดลงจากก่อนหน้าที่ 3.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์จะเริ่มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.3% โดยจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 0.53.0%
สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้จะอยู่ที่ 3% เนื่องจากมีแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อในระดับต่ำ พร้อมทั้งประเมินว่าทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดดูไบปีนี้จะทรงตัวอยู่ที่ 113 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากก่อนหน้าที่ 118 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ด้านนายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเมินว่าจีดีพีในไตรมาส 2 ปี 2555 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% เนื่องจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกยังอยู่ในทิศทางที่เป็นบวก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติหนี้สาธารณะจากสหภาพยุโรปจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.นี้ ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 5.5% และดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัวที่ 7.3% โดยเฉพาะหมวดพืชผล อาทิ ข้าเปลือกเจ้า ปาล์มน้ำมัน ขยายตัวสูงถึง 8% ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังเติบโตเพิ่มขึ้น 8.3% อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1% และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงกว่า 171.7 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้







