
กม.มั่นคงเป็นหมันแดงฝ่าด่านฉลุย
...ทีมข่าวการเมือง
แม้สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกมาเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง หากนำรถปิกอัพ หรืออีแต๋นบุกเข้ากรุงเทพฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรทันที ขณะเดียวกันพยายามขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยการจัดพื้นที่บริเวณรอบนอกกรุงเทพฯ เพื่อเป็นที่พักรถ และนำรถประจำทางขนผู้ชุมนุมเข้ามา แม้แต่จัดตัวแทนอย่างกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เจรจาประสานกับ เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในการจัดระเบียบขนถ่ายมวลชนแล้วก็ตาม
แต่ความพยายามทั้งหลายทั้งปวงดูจะไม่เป็นผล เมื่อสถานการณ์จริงปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดงแหกด่านประตูเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ
แน่นอนย่อมมีเสียงวิจารณ์ตามมา เหตุใดรัฐถึงยอมปล่อยให้กองทัพปิกอัพไหลเข้าพื้นที่ภายใน กทม.
ข้อมูลที่ถูกนำขึ้นโต๊ะหารือ ศอ.รส. มีการรายงานมาจากพื้นที่จุดสกัดต่างๆ ว่าถึงแม้รัฐบาลจะพยายามส่งตัวแทนเจรจากับแกนนำแล้วก็ตาม แต่การเจรจาไม่เป็นผล เหตุเพราะมีความพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปะทะ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอ.รส. เปิดเผยว่า ยิ่งในสภาพอากาศร้อน และจำนวนรถที่ทยอยเข้ากรุงเทพฯ จำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัด กระทบต่อประชาชนที่สัญจรได้รับผลกระทบไปด้วย จะเป็นตัวเร่งเร้าให้สถานการณ์บานปลายจนยากจะควบคุม
“
หากรัฐไม่อะลุ่มอล่วย นั่นหมายความว่าจะเป็นการเริ่มต้นของการปะทะ ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่ฝ่ายผู้ชุมนุมต้องการให้เกิดความรุนแรงอยู่แล้ว รัฐบาลจึงต้องพยายามหลีกเลี่ยงความรุนแรง”พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่ม นปช. เป็นไปด้วยดี รับปากว่าจะจัดระเบียบจราจรร่วมกันไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนใน กทม. และ ศอ.รส. ได้ประชาสัมพันธ์ไปแล้วในการอำนวยความสะดวกจัดพื้นที่จอดรถรองรับได้ถึง 8,000 คัน แต่ถึงที่สุดมีรถเข้าพื้นที่ภายใน 4,000 คัน
“
ถ้าเราไม่ยอมให้เขาเข้ามา ก็จะเกิดการปะทะกันตั้งแต่วันนี้ จึงต้องปรับแผนโอนอ่อนผ่อนตาม”ทั้งนี้ เมื่อสามารถนำรถเข้ามาพื้นที่ภายใน กทม. แล้ว ศอ.รส. ได้จัดพื้นที่รองรับไว้ เช่น ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชพฤกษ์ ถนนพุทธมณฑล ถนนกาญจนาภิเษก ขนส่งสายใต้เก่า ถนนกำแพงเพชร
อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงนำรถเข้ามาจอดในพื้นที่ห้ามจอดเป็นปัญหาต่อการจราจร ก็จะเป็นขั้นตอนของกองบังคับการตำรวจจราจร ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายจราจร
โฆษก ศอ.รส. ยอมรับว่า สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็ว ไม่สามารถประเมินได้ การปรับแผนแก้ไขต้องพิจารณาเป็นห้วงเวลาไป







