
อานนท์เสียดายโครงการนาซาใช้อู่ตะเภา
ผอ.จีสด้ารับเสียดายโครงการนาซา หลังครม.โยนสภาถก ชี้จากปัจจัยการเมือง ยันผลศึกษาเพื่อเติมเต็มด้านวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องด้านการหทาร
ผอ.จีสด้ารับเสียดายโครงการนาซา หลังครม.โยนสภาถก ชี้จากปัจจัยการเมือง ยันผลศึกษาเพื่อเติมเต็มด้านวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องด้านการหทาร
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล่าวว่า เรื่องการศึกษาและความร่วมมือกับสหรัฐในการตรวจสอบสภาพชั้นบรรยากาศ มีหน่วยงานที่เข้าร่วมกว่า 10 หน่วยงาน และมีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมกว่า 100 คน ทั้งไทย-สหรัฐซึ่งร่วมงานกันมาไม่ต่ำกว่า 10-20 ปี พร้อมทั้งมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยศิลปากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมในโครงการดังกล่าวด้วย เพื่อเติมช่องว่างทางวิชาการที่ขาดอยู่ คือ เรื่องความรู้การเก็บตัวอย่างในชั้นบรรยากาศ
อีกทั้ง เรื่องดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำแบบจำลอง ในการพยากรณ์เมฆ ฝน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของหมอกควัน ที่ไทยเคยเผชิญมา ฝุ่นละอองจากภูเขาไฟ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพและอากาศยาน ฝนกรดที่เกิดขึ้น ดังนั้น ความรู้ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องที่เราต้องมีเพื่อเตรียมการป้องกัน
“วันนี้คาดหวังว่านักวิทยาศาสตร์ของเรา นักศึกษา ลงไปจนถึงนักเรียนชั้นประถมและมัธยม ที่จะได้ใช้โอกาสในการสร้างแรงบันดาลใจ มีความคิดเป็นนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น”นายอานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลตัดสินใจชัดเจน เพราะมีประเด็นในหลายๆด้านนอกเหนือจากวิทยาศาสตร์อย่างเดียว ดังนั้น ทางฝ่ายนักวิชาการซึ่งได้ทำงานร่วมกันมั่นใจว่า งานดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับภารกิจด้านการทหาร สอดแนม เพราะฉะนั้น คงต้องรอไปจนกว่าขบวนตามรัฐบาลเสนอ และเรื่องดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ทัน
ส่วนปีหน้าโครงการนี้จะได้เริ่มหรือไม่นั้น ซึ่งคงต้องย้อนกลับมาคุยกันใหม่ เพราะเรื่องการใช้เครื่องมือนั้นมีความสลับซับซ้อน ไม่ได้ใช้เมื่อไหร่ก็ใช้ได้ อีกทั้ง มีการวางแผนในการใช้งานในทื่อื่นๆทั่วโลก เพราะไม่ได้ทำในที่เดียวกับภูมิภาคนี้ และโครงการวิทยาศาสตร์คงต้องไปทำความเข้าใจกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติว่า เป็นเรื่องของความเข้าใจไม่ตรงกันในประเทศไทย ไม่ใช้รัฐบาลหรือประเทศไทยไม่มีนโยบายสนับสนุนวิทยาศาสตร์







