
ตำรวจขอกำลังเพิ่ม 2,700 นาย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.ประจำ บช.น. แถลงว่า ผบช.น.ได้เรียกกำลังรอง ผบก.รับผิดชอบสายตรวจกำชับให้ดูแลด่านตรวจเข้า กทม.ทั้ง 8 จุด และด่านตรวจร่วมตำรวจ ทหาร เทศกิจอีก 6 จุด เพื่อซักซ้อมความพร้อม 100% นอกจากนี้ระดมมวลชนที่มีการฝึกอบรม ทั้งจักรยานรับจ้าง ผู้นำชุมชน พนักงานรักษาความสะอาด รวมทั้งเยาวชนสัมพันธ์ที่มีการฝึกอบรมไปด้วย
นอกจากนี้ จะขออนุมัติจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพื่อขอกำลังรอบ 2 จาก บช.ภ.ต่างๆ มาเสริมอีก 18 กองร้อย จำนวน 2,700 นาย เพื่อเสริมภารกิจตำรวจนครบาลทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ กทม. และตรวจค้นอาวุธ
สำหรับพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล บริเวณโรงพยาบาลศิริราชโดยรอบ และพื้นที่โดยรอบบ้านสี่เสาเทเวศร์ให้กำหนดเป็นพื้นที่หวงห้าม
พล.ร.ต.นริส ประทุมสุวรรณ เลขานุการกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือได้ร่วมกับกรมเจ้าท่าดูแลความสงบทางน้ำตั้งแต่วันที่ 1123 มี.ค. โดยเฉพาะโรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากเป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกำหนดเขตควบคุมการจราจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า และคลองอรุณอมรินทร์ถึงคลองบางกอกน้อย
นอกจากนี้ ขอให้การเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาเดินเรือเบาและชิดฝั่งพระนคร ส่วนเรือโดยสารประจำทางเทียบท่าได้ตามปกติ สำหรับเรืออื่นจะไม่อนุญาตให้เดินเรือ เช่น เรือเหมาลำ
ส่วนท่าเรือที่ใช้สัญจรทางน้ำได้ คือท่าเรือด้านเหนือของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 7 แห่ง ได้แก่ ท่าพระอาทิตย์ ท่าบางลำพู ท่าวัดสามพระยา ท่าพระราม 8 ท่าวิสุทธิ์กษัตริย์ ท่าเทเวศร์ ท่าวัดราชา หากพบเห็นสิ่งผิดปกติแจ้งได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) เบอร์โทรศัพท์ 1696 หรือเบอร์ 024754521
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม.ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักงานเขตต่างๆ อีก 1,000 คน เพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจ โดยแบ่งออกเป็น 6 ชุด ชุดละ 25 นาย ดูแลตลอดเส้นทางถนนราชดำเนิน
นอกจากนี้ จะจัดรถพยาบาลฉุกเฉิน 6 ชุด เพื่อดูแลผู้ป่วยที่อาจมีโรคประจำตัวหรือเป็นลม เพราะอากาศร้อน โดยจะประจำการที่หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล สะพานผ่านฟ้า แยก จปร. แยกคอกวัว ลานพระบรมรูปทรงม้า และหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์







