posttoday
ตู่ยิ่งแรง ปูยิ่งเหนื่อย

ตู่ยิ่งแรง ปูยิ่งเหนื่อย

26 มิถุนายน 2555

แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะลอยตัวเหนือปัญหาการเมือง ไม่ว่าการเดินหน้า พ.ร.บ.ปรองดอง ล้างคดีความ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะลอยตัวเหนือปัญหาการเมือง ไม่ว่าการเดินหน้า พ.ร.บ.ปรองดอง ล้างคดีความ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า เป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร

เป็นกลยุทธ์เล่นหลายหน้า ให้แกนนำพรรคและแกนนำเสื้อแดงเดินแต่ละยุทธศาสตร์เพื่อกันไม่ให้กระทบนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จากปมผลประโยชน์ทับซ้อนช่วยเหลือพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

แต่บรรยากาศการเมืองมีแนวโน้มวุ่นวายไม่จบและน่าจะเข้มข้นดุเดือดขึ้น...

ทั้งที่อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา

ระเบิดเวลาหลายลูกรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะศึกแดงเดือดที่ฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เปิดหน้าขับไล่ศาลรัฐธรรมนูญ

วาระใหญ่ยังสปอตไลต์ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญกับการพิจารณาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะสะดุดลงหรือไม่

ปมที่แทรกซ้อนให้เกิดความวุ่นวายและกระทบกับรัฐบาลและประเทศคือ การตะลุยเดี่ยวของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่เดินหน้าท้าชนศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้

เดิมพันของ จตุพร ครั้งนี้สูง เพราะอาจต้องกลับไปใช้ชีวิตในเรือนจำอีกรอบ

ตู่ยิ่งแรง ปูยิ่งเหนื่อย

เป็นชะตากรรมในยามที่ จตุพร หมดอำนาจ

เพราะนับแต่ที่ จตุพร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจาก สส. ด้วยมติ 7 ต่อ 1 ในช่วงกลางเดือน พ.ค. จากปัญหาสมาชิกภาพที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้วินิจฉัย

เส้นทางของ จตุพร ก็ไม่ได้สดใส ยังมีโอกาสกลับไปติดคุกและชวดเก้าอี้รัฐมนตรี?

จตุพร ได้กลับไปเคลื่อนไหวนอกสภาร่วมกับ นปช. พร้อมกับความหวังลึกๆ ที่จะได้ผงาดเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยิ่งลักษณ์ ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกปากรับคำ

ขณะที่ จตุพร ก็ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ยืนยันความพร้อมที่จะเป็นรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างอยู่ที่ ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้กำหนด และยังตอบโต้ที่หลายคนดูแคลนความสามารถ โดยยืนยันด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ความสามารถ และการทุ่มเทที่ช่วยเหลือพรรคมาตั้งแต่ยุคพลังธรรม ซึ่งหายากสำหรับคนในพรรคเพื่อไทยรุ่นปัจจุบัน

แต่สถานการณ์ของ จตุพร วันนี้ หลังพิงฝา เพราะเมื่อไม่ได้เป็น สส. ก็หมด “เอกสิทธิ์คุ้มครอง” ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 131 ให้ไว้กับ สส. ไม่ต้องถูกคุมขังหรือหมายเรียกตัว สส.ไปทำการสอบสวน ในสมัยประชุมสภา จตุพร จึงต้องดิ้นสู้เพื่อไม่ให้ตนเองถูกถอนประกันในคดีก่อการร้าย ที่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญยื่นเรื่องต่อศาลอาญาให้ถอนประกัน

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ จตุพร และ นิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ศาลมีเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการใดๆ อันอาจก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อความสงบเรียบร้อย โดยศาลได้ตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท

นี่จึงเป็นเงื่อนไขให้ศาลรัฐธรรมนูญยื่นถอนประกัน จตุพร “สมฤทธิ์ ไชยวงศ์” โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เหตุผลคร่าวๆ เพราะ จตุพร ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตี ข่มขู่ รวมถึงกล่าวอาฆาตมาดร้ายต่อตุลาการ ต่อศาลอาญา

ซึ่งต่อมา การชุมนุมของ นปช.หน้าสภาที่มีการโจมตีศาลรัฐธรรมนูญครั้งนั้น พร้อมด้วยการเข้าชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีการแจกเบอร์โทรศัพท์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้มวลชนเสื้อแดง เป็นเหตุให้ตุลาการถูกคุกคามถึงชีวิต

การเปิดศึกกับศาลรัฐธรรมนูญจึงเข้มข้นกำลังสอง หลังจากก่อนหน้านี้ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณพรรคเพื่อไทยเสื้อแดง ปะทะกับศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว กรณีคัดค้าน “คำสั่ง” ศาลรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อน

อย่างไรก็ตาม การที่ จตุพร เตรียมบุกศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ เพราะข้องใจที่ถอนประกันไม่ชอบ โดยอ้างว่าการยื่นถอนประกันต้องเป็นหน้าที่ของอัยการ หาใช่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ จึงเป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ แต่เรื่องทั้งหมดจบแล้ว เมื่อศาลอาญารับเรื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเข้าสู่ระบบอย่างสมบูรณ์ และนัดสอบถาม จตุพร ในวันที่ 23 ก.ค.

นั่นหมายความว่า ศาลอาญารับรองอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้

ชะตากรรมของ จตุพร ระทึกอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวตอบโต้กลับ โดยประกาศจะอดอาหารตั้งแต่วันแรกหากต้องเข้าคุก

จากนี้แกนนำแดงจะเพิ่มพลังรุกศาลรัฐธรรมนูญสองเท่า เชื้อเดิม คือ ปมการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดกลางเดือน ก.ค. ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลจะติดขัดและเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ และแรงบวกจากอนาคต จตุพร

เมื่อฝ่ายแดงแรง ก็ย่อมไม่ดีกับรัฐบาลที่กำลังเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศ

การเมืองนอกสภาวุ่น ความเสี่ยงการเมืองก็สูงตาม ไม่เฉพาะรัฐบาลและตัวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องรับความเสี่ยงนี้ หากแต่ประเทศจะต้องจมอยู่กับวังวนความแตกแยกและประเทศจะยิ่งเสียโอกาส

รัฐบาลเองมีเป้าหมายที่ต้องผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดอง ล้างผิด ปูทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทยให้ได้ในช่วง 4 ปีของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก็ต้องยอมเสีย “ต้นทุน” ด้านบวกของรัฐบาลไปเพื่อการนี้

ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งในเดือน ส.ค.ที่มีการเปิดสมัยประชุมสภา

ดังนั้น เดือน ก.ค.-ส.ค. ยาวไปถึงปิดสมัยประชุมสภาหน้าในเดือน พ.ย. จะเป็นช่วงที่การเมืองร้อนระอุ

ไม่เพียงแต่การปะทะกับศาลรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ล้างผิด ยังมีวาระที่รัฐบาลต้องแถลงผลการดำเนินงานครบรอบปี ในเดือน ส.ค.ต่อรัฐสภา การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านที่เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รวมถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประจำปี 2556 และอาจมีการลงมติวาระ 3 เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไฟเขียวว่าแก้ได้

เรื่องร้อนในสภาบวกกับเรื่องร้อนนอกสภา

ทั้งหลายล้วนไม่ดีกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องประคองสถานการณ์และการสร้างบรรยากาศของความปรองดองของประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์