
นิคมฯตั้งกำแพงกันน้ำท่วมเมินแผนรัฐบาล
ภาคอุตสาหกรรมลุยสร้างระบบป้องกันตัวเอง ไม่หวังพึ่งแผนน้ำท่วมจากรัฐบาล
ภาคอุตสาหกรรมลุยสร้างระบบป้องกันตัวเอง ไม่หวังพึ่งแผนน้ำท่วมจากรัฐบาล
นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกำลังเร่งสร้างระบบป้องกันตัวเอง สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ส.ค.
ทั้งนี้ มาตรการการป้องกันที่นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งวางไว้ แน่ใจว่าหากเกิดน้ำท่วมสูงในระดับเดียวกับปี 2554 จะสามารถรับมือได้
“เราต้องการระบบข้อมูลที่เพียงพอ การแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบจากภาครัฐ พอเข้าฤดูฝนรัฐควรมีศูนย์บัญชาการแจ้งเตือน รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ให้สอบถามข้อมูลที่ถูกต้องได้ตลอดเวลา” นางอัญชลี กล่าว
นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กล่าวว่า แม้ สสนก.จะประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ การบล็อกน้ำโดยไม่หามาตรการระบายน้ำ ซึ่งอาจจะส่งผลมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังและท่วมสูงในบางพื้นที่ตามมาได้
ขณะที่นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการ บริษัท ทีมกรุ๊ป กล่าวว่า การปิดกั้นบางพื้นที่จะส่งผลให้หากเกิดน้ำท่วมจะมีปริมาณที่สูงกว่าปกติและท่วมสูงขึ้น
“บางพื้นที่น้ำจะท่วมสูงขึ้นเพราะทุกที่ป้องกันตัวเองหมด ต้องหาวิธีการจัดการให้ดีขึ้น กรุงเทพมหานครจะต้องเข้ามาช่วยในส่วนการระบายไปในฝั่งตะวันออก ต้องปรับปรุงระบบให้ระบายน้ำผ่านได้” นายชวลิต กล่าว
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐดำเนินการขณะนี้ คือ มาตรการเร่งด่วนซึ่งยังค่อนข้างล่าช้า เพราะระบบการจัดซื้อจัดจ้างของราชการไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินการ ผู้รับเหมาจำนวนมากเห็นระยะเวลาก็ถอดใจ
ทั้งนี้ มาตรการระยะสั้นที่มีไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากน้ำท่วม 100% โดยมีโอกาสเกิดซ้ำอีกใน 5-7 ปี







