posttoday
แก้กม.บีโอไอหนุนลงทุน"อินโดฯ-พม่า"

แก้กม.บีโอไอหนุนลงทุน"อินโดฯ-พม่า"

24 มิถุนายน 2555

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 ปี การเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนจะเกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนในอาเซียนลงทุนและทำการค้าได้อย่างไร้พรมแดน

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 3 ปี การเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนจะเกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนในอาเซียนลงทุนและทำการค้าได้อย่างไร้พรมแดน

สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทุนหนาไม่น่าเป็นห่วง เพราะจะมีภูมิคุ้มกันกับการเปิดการค้าเสรีครั้งนี้ แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เราเรียกว่า เอสเอ็มอี จะได้รับผลกระทบมากกว่า

ธนาคารกสิกรไทยและหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ จึงจัดงาน “Post TodayK SME & Franchise Expo 2012” ขึ้น ซึ่งเป็นการรวบรวมสุดยอดเอสเอ็มอีแฟรนไชส์ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กัน

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาห กรรม ได้กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยเมื่อมีการเปิดเออีซีในปี 2558 ไว้อย่างน่าสนใจว่า เออีซีเป็นโอกาสที่จะให้เงินทุนเคลื่อนย้ายได้เสรี เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยตั้งแต่รายเล็กไปถึงรายใหญ่ที่จะขยายตลาดการค้าและการลงทุนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน

แต่ในโอกาสก็มีวิกฤตสำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีศักยภาพและไม่มีความพร้อมพอ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ปัจจุบันมีมากถึง 3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอีรายเล็ก 2 หมื่นกว่าราย มีการจ้างงาน 77.85% ของการจ้างงานทั้งหมดและมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 26% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดซึ่งคิดเป็น 37% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีนโยบายที่จะเข้าไปช่วยส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่มีความน่าสนใจมากสุด คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากมีตลาดขนาดใหญ่และเติบโตต่อเนื่อง มีกำลังซื้อเยอะ เนื่องจากมีประชากรประมาณ 240 ล้านคน และมีรสนิยมในการซื้อดี รองลงมาคือ พม่า ที่มีทรัพยากรจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีประเทศลาวและเวียดนามด้วย

ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนเออีซีจะเกิดขึ้นนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องทำงานบูรณาการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก็จะต้องเร่งปรับตัวให้ทันด้วย เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่ใหญ่ขึ้นนี้ให้ได้

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับบทบาทและกติกาส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ใหม่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ

แก้กม.บีโอไอหนุนลงทุน"อินโดฯ-พม่า"

 

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐากถาพิเศษในหัวข้อ สวัสดิวัตน์ “นโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมต่อเอสเอ็มอีไทยกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการแก้ไขกฎหมายบีโอไอใหม่ และอยู่ระหว่างปรับปรุงลดกฎระเบียบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถขยายตลาดเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น

“บทบาทใหม่ของบีโอไอจะมีหน้าที่เสมือนผู้ประสานงาน คอยให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจจะไปลงทุนต่างประเทศ ทั้งเรื่องทำเลพื้นที่ลงทุน การหาพันธมิตร และการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ที่ผ่านมาบีโอไอได้มีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ (ไทยแลนด์ เอาต์ลุค อินเวสต์เมนต์) หรือทีโอไอ ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายเพื่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

ขณะเดียวกันบีโอไอก็จะปรับโครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ต่อไปจะไม่มีการแบ่งพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนออกเป็นโซนเหมือนที่ผ่านมา แต่จะให้สิทธิประโยชน์ตามการถ่ายทอดเทคโนโลยีแทน ก็คือ หากบริษัทใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ด้านต่างๆ ให้กับบุคลากรชาวไทยมากเท่าไหร่ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามนั้นแบบขั้นบันไดไป

“วิธีนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นฐานในการก้าวกระโดดให้โตขึ้น เพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีค่าจ้างต่ำอีกต่อไปแล้ว” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐากถาพิเศษในหัวข้อ สวัสดิวัตน์ “นโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมต่อเอสเอ็มอีไทยกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังในการช่วยลดการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ซ้ำซ้อน เพราะเมื่อผู้ประกอบการไทยไปลงทุนต่างประเทศก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับประเทศนั้น และเมื่อนำรายได้กลับเข้าประเทศก็ต้องเสียภาษีอีก

“เรื่องนี้ทางกระทรวงการคลังรับปากที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้แล้ว โดยคาดว่าภายใน 23 เดือนก็น่าจะเห็นผล เพราะสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงการคลังได้เลย โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐากถาพิเศษในหัวข้อ สวัสดิวัตน์ “นโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมต่อเอสเอ็มอีไทยกล่าว

ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ก็กำลังศึกษาในการปรับรูปแบบของการช่วยสนับสนุนเรื่องเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีให้มากขึ้น

ด้านสมาคมธนาคารไทยก็รับปากที่จะเข้าไปขยายสาขาธนาคารของไทยในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้นด้วย

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น จะมองใน 3 มิติ ได้แก่ 1.มิติด้านเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มที่ทำงานเพื่อส่งเสริมการส่งออกเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับประเทศ กลุ่มที่ผลิตเพื่อทดแทนสินค้านำเข้า กลุ่มที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงๆ กลุ่มที่เป็นตัวเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆ และกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูง

2.ด้านสังคม เช่น กลุ่มที่มีตลาดเฉพาะ กลุ่มที่เป็นเทคโนโลยีพิเศษ กลุ่มที่มีการกระจายรายได้ไปสู่ชนบท และกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 3.ธุรกิจเพื่ออนาคต เช่น กลุ่มธุรกิจที่มีการกีดกันในตลาดน้อย (Niche Market) และกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดีต่ออุตสาหกรรม

แนวทางการพัฒนาเอสเอ็มอีไทยที่ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวนั้น นับว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ระดับหนึ่งว่า จะไม่ถูกทอดทิ้งเมื่อเปิดเสรีการค้าตามข้อตกลงเออีซี

ทางด้าน ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ กล่าวว่า การจัดงานเพื่อส่งเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งและเครือข่ายของเอสเอ็มอีไทย จะช่วยให้เอสเอ็มอีมีที่จะยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะการเปลี่ยนแปลงกำลังมาเมื่อเออีซีเกิดขึ้น จำเป็นต้องหาความรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท