
อย่าหนีความจริง
รัฐบาลควรลดความระแวงผลจากการเมืองในการแก้ปัญหาต่างๆลงบ้าง
รัฐบาลควรลดความระแวงผลจากการเมืองในการแก้ปัญหาต่างๆลงบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นการแก้ปัญหาหลายอย่างจะพลาดไปจากต้นเหตุปัญหาจริง และนำมาซึ่งการเกาไม่ถูกที่คันกับหลายมาตรการที่ออกมา
รวมทั้งล่าสุดที่จำนวนการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน พ.ค. ซึ่งมีบริษัทเลิกกิจการ 948 ราย เพิ่ม 39% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และปิดกิจการเพิ่ม 18% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าในปีเดียวกัน หรือเดือน เม.ย. โดยในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ยอดแจ้งปิดกิจการก็เพิ่มขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่ามีบริษัทต้องเจ๊งเพิ่มติดต่อกันหลายเดือน
รัฐบาลปฏิเสธ บริษัทเจ๊งเดือน พ.ค.มากขึ้น ไม่ได้โดนกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ต้นเดือน เม.ย. ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ พร้อมยกผลสำรวจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หน่วยงานที่ดูแลการจดทะเบียนบริษัทว่า จากผลสำรวจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สาเหตุที่บริษัทปิดกิจการ เพราะผู้ประกอบการมีปัญหาภายในกันเอง เช่น หุ้นส่วนมีความขัดแย้ง ปัญหาสุขภาพ หลายบริษัทปิดบริษัทเนื่องจากงานที่รับสัมปทานจากรัฐหมดสัญญาก็เลิกกิจการไป
เหตุผลจากการสำรวจดังกล่าว ฟังแล้วคล้ายกับเหตุผลสินค้าราคาแพงเพราะประชาชนคิดกันไปเอง หรืออุปทานไปเอง เนื่องจากเมื่อย้อนไปก่อนขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด เมื่อต้นเดือน เม.ย. ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็ก กลุ่มเอสเอ็มอี ได้ร้องให้รัฐบาลช่วย หากไม่ช่วยคงจะได้รับผลกระทบจากค่าจ้างขึ้นฉับพลันทันทีต้นเดือน เม.ย. ได้อีกเพียง 23 เดือน แต่ผลสำรวจเหตุผลในการเจ๊งของบริษัทเดือน พ.ค. กลับไม่พบเหตุจากค่าจ้าง 300 บาท และไม่รู้ว่าครบ 3 เดือน สิ้นเดือน มิ.ย.นี้ จะมีเหตุบริษัทเจ๊งจากค่าจ้าง 300 บาทหรือไม่
ยังไม่นับรวมในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์นี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีการตั้งข้อสังเกตข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่า อาจมีนัยแอบแฝงทางการเมืองเพื่อต้องการผูกมัด ครม. ตามข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช.ทำมาเสนอให้ป้องกันการทุจริตการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก ซึ่งเสี่ยงเกิดการทุจริตสูง และอาจเป็นช่องทางให้ฝ่ายค้านนำไปอ้างอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การมองปัญหาให้รอบคอบเป็นเรื่องดี แต่หากระแวงไปทุกปัญหาที่เกิดเพื่อผลทางการเมือง และรีบเร่งปฏิเสธว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากนโยบายที่รัฐบาลหาเสียง ก่อนจะตรวจสอบต้นเหตุปัญหาแท้จริง ระวังต่อไปประชาชนจะไม่เชื่อคำอธิบายของรัฐบาล ย้ำแผลแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปลายปีก่อน ดังนั้นรัฐบาลควรหาต้นเหตุแห่งปัญหาแท้จริงให้พบและยอมรับ เพื่อจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด







