
บัวแก้วส่งจม.ชี้แจงศาลโลกรอบ2
กต.ส่งเอกสารแจงศาลโลกรอบ 2 ย้ำเขมรไม่มีอำนาจขอตัดสินเรื่องเขตแดนซ้ำ ยันปราสาทพระวิหารไทยปฏิบัติตามคำสั่งตั้งแต่ปี 2505
กต.ส่งเอกสารแจงศาลโลกรอบ 2 ย้ำเขมรไม่มีอำนาจขอตัดสินเรื่องเขตแดนซ้ำ ยันปราสาทพระวิหารไทยปฏิบัติตามคำสั่งตั้งแต่ปี 2505
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายรัชนันท์ ธนานันท์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ฐานะรองตัวแทนประเทศไทยในการต่อสู้คดีกรณีกัมพูชายื่นขอให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 ร่วมกันแถลงขาวความคืบหน้า ว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการต่อสู้คดีดังกล่าว ได้ยื่นคำอธิบายเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรของไทยต่อศาลฯ ตามที่ศาลกำหนด ซึ่งถือเป็นข้อเขียนฉบับที่ 2 ในการต่อสู้คดี เพื่อโต้คำตอบของกัมพูชาที่ได้ยื่นต่อศาลไปเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเน้นย้ำข้อต่อสู้คดีของไทยในประเด็นต่างๆ ในข้อเขียนฉบับที่ 1 ที่ได้ยื่นไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2554 ทั้งนี้ คำอธิบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่นายรัชนันท์ อธิบายเพิ่มเติมที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเอกสารดังกล่าวยาวประมาณ 240 หน้า มีเอกสารและแผนที่ผนวกอีก 2 เล่ม รวม 53 รายการ ซึ่งภาคผนวกนี้ มีความยาวประมาณ 380 หน้า สรุปสาระสำคัญได้ว่า กัมพูชาไม่มีอำนาจฟ้องให้ศาลตีความ หรือให้ตัดสินว่าเส้นเขตแดนเป็นไปตามแผนที่ที่กัมพูชายื่น และคำตัดสินของศาลโลกในดคีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 ไทยได้ปฏิบัติตามแล้วโดยครบถ้วนตั้งแต่ปี 2505 ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดน แต่เกี่ยวกับอธิปไตยเหนือตัวปราสาทเท่านั้น
ส่วนขอบเขตของบริเวณปราสาทพระวิหาร ต้องเป็นไปตามเส้นมติครม. เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2505 และเส้นตามมติครม.ไม่ใช่เส้นเขตแดน ซึ่งเรื่องเขตแดนจะยังต้องนำไปเจรจาภายใต้กรอบคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ต่อไป ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลโลกไม่ได้ให้สถานะทางกฎหมายใดๆ เพียงใช้แผนดังกล่าวเป็นเหตุผลหนึงในหลายๆ เหตุผลเพื่อชี้ว่า ปราสาทอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
สำหรับขั้นตอนต่อไปจากนี้ ศาลจะเป็นผู้กำหนด รวมถึงกำหนดให้นั่งพิจารณาด้วยหรือไม่ ในชั้นนี้คาดว่าน่าจะมีขึ้นช่วงปี 2556 และระหว่างคดียังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ตามข้อบังคับของศาลฯ ข้อ 53 วรรค 2 คู่กรณีไม่สามารถเปิดเผยเอกสารที่ใช้ในการต่อสู้คดีต่อสาธารณชน จนกว่าจะเริ่มกระบวนการพิจารณาทางวาจาหรือหลังจากนั้น เว้นแต่ศาลกำหนดให้เป็นอย่างอื่น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า คณะสู้คดีได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง







