posttoday
โลกมองไทย

โลกมองไทย

22 มิถุนายน 2555

บทบรรณาธิการของ ดอว์น หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษซึ่งตีพิมพ์ที่เมืองการาจีของปากีสถาน เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนไทยของอองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญของพม่า เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 24 ปี แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและการเข้าใจถึงปัญหาของแรงงานพม่าในไทยของซูจีอย่างมาก

บทบรรณาธิการของ ดอว์น หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษซึ่งตีพิมพ์ที่เมืองการาจีของปากีสถาน เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนไทยของอองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญของพม่า เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 24 ปี แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและการเข้าใจถึงปัญหาของแรงงานพม่าในไทยของซูจีอย่างมาก

ผู้เขียนเห็นว่า ซูจีเลือกใช้ไทยเป็นประเทศยุทธศาสตร์เหนือประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเพราะการเดินทางมาในครั้งนี้เท่ากับซูจีได้ประโยชน์สองต่อ คือ 1.เพื่อเปิดตัวต่อประชาคมโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี และ 2.เพื่อแก้ปัญหาแรงงานพม่าซึ่งถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างหนักในไทย

เห็นได้จากคำกล่าวของซูจีต่อไทยที่ระบุว่า แม้ว่าเจ้าตัวรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่รัฐบาลไทยคอยช่วยเหลือดูแลแรงงานพม่าที่อาศัยและทำงานอยู่ในไทย แต่ยังคงต้องการให้ไทยดำเนินการช่วยเหลือแรงงานพม่าให้มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและถูกเอารัดเอาเปรียบน้อยลงอย่างเร่งด่วนอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ไฮเปอร์โลคัลดอทคอมกล่าวชื่นชม ภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ของกระทรวงสาธารณสุขของไทย ว่าเป็นโฆษณาที่สามารถเตือนให้รู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ผู้เขียนเห็นว่า เนื้อเรื่องของภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าว ซึ่งบอกเล่าการทดลองให้เด็กชายหญิงอายุระหว่าง 7-10 ขวบ เดินเข้าไปหาผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ตามสถานที่สาธารณะ เพื่อขอไฟแช็กมาจุดบุหรี่ที่ถืออยู่ในมือ โดยผลปรากฏว่าไม่มีผู้ใหญ่คนใดยื่นไฟแช็กให้เด็กเลยทั้งสิ้น

มิหนำซ้ำ ผู้ใหญ่ที่กำลังสูบบุหรี่ทุกคนในภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งถูกแอบถ่ายนั้นต่างตกใจเป็นอย่างมากพร้อมกับสาธยายโทษของการสูบบุหรี่ให้เด็กๆ เหล่านั้นฟังในทันที เช่น การเตือนว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นโรคมะเร็ง และอาจทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

หลังจากนั้น เด็กๆ เหล่านั้นยื่นกระดาษโน้ตเขียนว่า “ห่วงหนูแล้วทำไมไม่เคยห่วงตัวเอง” ก่อนจะเดินจากไป ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า เมื่อชมภาพยนตร์โฆษณาจบ นอกจากจะสะเทือนอารมณ์และสลดหดหู่ใจแล้ว ยังสามารถกระตุ้นความรู้สึกและทำให้ฉุกคิดได้ครบถ้วนตามคุณสมบัติที่โฆษณารณรงค์เลิกบุหรี่ควรมีทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท