
ท่าทีของเยอรมนี
บทบรรณาธิการในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐแสดงความเห็นว่า แม้การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ระหว่างวันที่ 1819 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศเม็กซิโก จะประสบความสำเร็จด้วยดี หลังที่ประชุมเห็นพ้องที่จะผลักดันมาตรการสร้างการเติบโตและการจัดตั้งสหภาพการคลังยุโรปเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ที่กำลังคุกคามภูมิภาคยุโรปอย่างหนัก
บทบรรณาธิการในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐแสดงความเห็นว่า แม้การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ระหว่างวันที่ 1819 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศเม็กซิโก จะประสบความสำเร็จด้วยดี หลังที่ประชุมเห็นพ้องที่จะผลักดันมาตรการสร้างการเติบโตและการจัดตั้งสหภาพการคลังยุโรปเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ที่กำลังคุกคามภูมิภาคยุโรปอย่างหนัก
ทว่า ต่อจากนี้ไปความสำเร็จของมาตรการต่างๆ เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับเยอรมนีเพียงประเทศเดียว ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของยุโรป
ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมาการประชุมระดับใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมของผู้นำยุโรป หรือการประชุม จี20 ล้วนประสบความล้มเหลว เนื่องจากที่ประชุมไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือแผนการต่างๆ ได้เลย
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วิกฤตหนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันลุกลามสู่สเปนและอิตาลี เศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 และ 4 ของยุโรป ตามลำดับ เรียบร้อยแล้ว
แม้ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี จะปฏิเสธแนวคิดการออกพันธบัตรยุโรป (ยูโรบอนด์) ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า คือทางออกของวิกฤต ขณะเดียวกันยังยืนกรานเสียงแข็งที่จะสนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัด ทว่า นิวยอร์กไทมส์มองว่า ในครั้งนี้แมร์เกิลอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมผ่อนท่าทีของตัวเองลง เนื่องจากวิกฤตหนี้ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
นิวยอร์กไทมส์แสดงความเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่แมร์เกิลจะยอมช่วยเหลือกรีซด้วยการยืดเส้นตายการปรับลดหนี้ของกรุงเอเธนส์ พร้อมกับการผ่อนมาตรการรัดเข็มขัด
นอกจากนี้ ผู้นำเยอรมนีอาจต้องเปลี่ยนท่าทีในเรื่องพันธบัตรยุโรป เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่าแมร์เกิลจะต้องถูกกดดันหนักอย่างแน่นอนในการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้านี้







