
"เก่ง"...เจ็บ เพื่อไทย...จุก
เหมือนเป็นสายฟ้าฟาดลงมากลางอก “เก่งการุณ โหสกุล” สส. กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย
โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
เหมือนเป็นสายฟ้าฟาดลงมากลางอก “เก่งการุณ โหสกุล” สส. กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบแดงข้อหาปราศรัยใส่ร้ายด้วยความเท็จ “อี้แทนคุณ จิตต์อิสระ” ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์
ขั้นตอนต่อจากนี้ กกต.จะทำคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษา โดยในระหว่างที่ศาลพิจารณาคดีการุณต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพื่อรอคำพิพากษาว่ามีความผิดหรือไม่ หากศาลมีความเห็นยืนตาม กกต.จะมีผลให้การุณต้องโทษตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
ในทางการเมืองการุณจัดอยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์ เป็นที่รู้จักของสาธารณชน ที่สำคัญยังเป็นสายล่อฟ้าของพรรคเพื่อไทยในสภาด้วย
ปี 2551 พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล “เก่งการุณ” คว้าเก้าอี้ สส.ดอนเมืองได้ สร้างชื่อกระฉ่อนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 เม.ย. 2551 ด้วยการเข้าไปประชิดตัวและกระโดดถีบ “สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์” สส.สัดส่วน (ปัจจุบันเป็นระบบบัญชีรายชื่อ) พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากเปิดศึกสาดน้ำลายจากกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โจมตีรัฐบาล
เหตุการณ์อื้อฉาวครั้งนั้น ถึงขั้นสภาต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนสื่อมวลชนรัฐสภามอบฉายาให้กับสภาประจำปี 2551 ว่า “ถ่อยเถื่อนถีบ” แม้ว่าผลสอบสวนของคณะกรรมการจะมีความเห็นว่าการุณมีความผิดจริง แต่เจ้าตัวยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเองพร้อมกับท้าสาบานจนกลายเป็นที่เลื่องลือว่า “ถ้าผมผิด ขอให้แม่ผมตาย”
เหตุการณ์ครั้งนี้ สมเกียรติได้ยื่นฟ้องการุณต่อศาลอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท และศาลมีคำพิพากษาจำคุก 12 เดือน ปรับ 4 หมื่นบาท แต่รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 2 ปี
ปี 2552 สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อการุณเป็นโต้โผระดมเงินจาก สส.ในพรรคเกือบ 8 หมื่นบาท มอบให้กับผู้สื่อข่าวในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดือดร้อนถึงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยต้องเปิดประชุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและออกมาแสดงท่าทีแข็งขันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเชิงจริยธรรม
ปี 2554 ในช่วงเหตุการณ์อุทกภัย เขตดอนเมืองเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น้ำเข้าท่วมเสียหายอย่างรุนแรง ปรากฏว่าเกิดข้อพิพาทระหว่างชาวดอนเมืองปากเกร็ดเรื่องคันดินกั้นน้ำ
วิสิทธิ์ พวงเพชร นายอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า สส.ดอนเมืองรายนี้ได้นำชาวบ้านในเขตเดียวกันนำรถแบ็กโฮเข้ารื้อทำลายคันดินในคืนวันที่ 20 ต.ค. ทั้งที่ในช่วงกลางวันได้ข้อยุติร่วมกันแล้ว โดยมี สส.เพื่อไทยและยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นตัวกลาง
ต่อมาไม่นานนักเกิดเหตุวิวาทเล็กๆ กับ มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เวลานั้นเป็นการประชุมสถานการณ์น้ำท่วมที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณลัย 2 เขตสายไหม
รองโฆษกประชาธิปัตย์ ขอให้การุณอย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ใหญ่กว่านี้ ก็ไม่กลัวหรอก” จึงเกิดการยืนเบียดกันไปมาก่อนถูกมัลลิกาเข่าถลาไปข้างหน้าเพื่อตอบโต้ สส.ดอนเมือง
บทบาทที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า “การุณ โหสกุล” คือ สายล่อฟ้า ไม้เบื่อไม้เมากับประชาธิปัตย์อย่างดุเดือดแบบไม่ไว้หน้าใคร ถึงแม้เหตุการณ์จะสร้างความหนักใจให้กับพรรคไปบ้าง แต่ก็ยังถือเป็นนักการเมืองคนสำคัญของพรรคที่ขาดไม่ได้
อย่างไรก็ตาม แม้เป็นโชคดีของพรรคเพื่อไทยประการหนึ่งที่การุณไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค มิฉะนั้นจะซ้ำรอยกรณีใบแดง ยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งส่งผลให้พรรคพลังประชาชนถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคในเวลาต่อมา แต่พรรคเพื่อไทยก็ต้องลงเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ดอนเมืองซึ่งเป็นชานเมือง กทม.
มองข้ามช็อตไปในเวลานี้ ถ้าเจ้าของพื้นที่เดิมไม่รอดคดีในชั้นศาล แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยต้องส่งผู้สมัครรักษาพื้นที่ เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเข็น “อี้แทนคุณ” ลงสมัครอีกหวังล้างอายในสนามนี้
สนามดอนเมืองนับว่าแข่งกันดุมาโดยตลอดระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ทว่าเทียบขุมกำลังในพื้นที่แล้ว แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเสียเปรียบ เพราะดูจากฐานคะแนนแล้วพรรคประชาธิปัตย์แพ้ต่อเนื่อง แต่ก็เป็นคะแนนที่ไม่ทิ้งขาด
การเลือกตั้ง สก.และ สข.ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2553 ดอนเมืองมี สก.ได้ 2 คน ปรากฏว่าเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ประกอบด้วย 1.สุริยา โหสกุล 11,170 คะแนน มากกว่า พฤกพงษ์ เปรมศิริ ของประชาธิปัตย์ทีได้เพียง 6,871 คะแนน 2.พิมพ์ชนา โหสกุล 11,863 คะแนนชนะ กนกนุช นากสุวรรณ พรรคประชาธิปัตย์ 9,580 คะแนน ส่วนในการเลือกตั้ง ปี 2554 “การุณ” กวาดไปถึง 38,351 คะแนน ส่วน “อี้แทนคุณ” ได้ 30,675 คะแนน แต่การบริหารงานของรัฐบาลที่กำลังจะครบ 1 ปี คะแนนนิยมเริ่มดิ่งลง จากปัญหาของแพง การสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง นี่อาจเป็นปัจจัยให้คะแนนในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ไม่โดดเด่นเหมือนการเลือกตั้งปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัจจัยสำคัญดั้งเดิมที่เอื้อให้พื้นที่ดอนเมืองของพรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งมาจากต้นทุนของการุณเอง โดยเฉพาะกับการสร้างฐานมวลชนและเครือข่ายสารพัดรูปแบบไว้เพื่อเป็นพลังสนับสนุน ควบคู่ไปกับอุ้มชูมวลชนคนเสื้อแดงมาเป็นอย่างดี
อย่าได้แปลกใจหากต่อให้การุณไม่ได้ลงสมัครและไม่ว่าพรรคจะส่ง สก.คนใดคนหนึ่ง หรือ จตุพร พรหมพันธุ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก็น่าจะคว้าชัยในสนามดอนเมืองไปอย่างไม่ยากเย็นมากนัก
เหนือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าในอนาคตชะตากรรมทางการเมืองของการุณจะจบลงตรงหน้าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งอย่างไร แต่สายล่อฟ้าของพรรคเพื่อไทยยังคงมีให้เห็นในรัฐสภาต่อเนื่องอย่างที่แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่ในปัจจุบัน







