
ชาวนาหวั่นน้ำท่วมรีบเกี่ยวเขียวคาต้น
เกษตรกรภาคเหนือไม่มั่นใจสถานการณ์น้ำท่วม ยอมเสียราคา เร่งเกี่ยวข้าวเขียวหนีน้ำ
เกษตรกรภาคเหนือไม่มั่นใจสถานการณ์น้ำท่วม ยอมเสียราคา เร่งเกี่ยวข้าวเขียวหนีน้ำ
แม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือจะเริ่มคลี่คลาย แต่เกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังไม่วางใจ และคาดว่ากว่าจะสิ้นฤดูฝนคงต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมฉับพลันอีกระลอก ต่างยอมเสียรายได้บางส่วนเร่งเก็บเกี่ยวข้าวในนา แม้จะยังเขียวคาต้นไม่ถึงช่วงเก็บเกี่ยว ก่อนที่น้ำจะหลากท่วมอีกครั้ง
นายบุญเลิศ มีชัย ชาวนาหมู่ 10 บ้านแม่ระหัน อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า แม้ว่าข้าวยังจะเขียวสดไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว แต่ก็ต้องเร่งเกี่ยว เพราะเชื่อว่าน้ำจะมาอีก แม้จะขายได้เพียงตันละ 6,000 บาท ก็ยังดีกว่าข้าวเสียหายจากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่บ้านแม่ระหัน จำนวนกว่า 20 ราย ได้จ้างรถเกี่ยวข้าวในราคาไร่ละ 450 บาท เกี่ยวข้าวที่เขียวสดไปขายให้กับโรงสีกันเป็นจำนวนมาก
นายอำนวย รักฉาย เกษตรกรหมู่ 8 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ชาวบ้านพากันเร่งเก็บเกี่ยว เนื่องจากเห็นว่าหน้าประตูระบายน้ำบางระกำที่เชื่อมติดกับแม่น้ำยมใน จ.พิษณุโลก มีกอไผ่ ผักตบชวา และเศษซากไม้จำนวนมากไหลไปปิดกั้น หากเกิดฝนตกหนักจะระบายไม่ทันและเกิดน้ำท่วมขังอีก
นายวิเชียร ปั้นทิม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ดงเดือย อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า 7 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.ดงเดือย ถูกน้ำท่วมทุกปี และบางปีท่วม ยาวนาน 78 เดือน จึงได้เตรียมกระสอบทรายกว่า 1 หมื่นลูก เพื่อแจกราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว เนื่องจาก ต.ดงเดือย มีเขตติดต่อกับ อ.บางระกำ หากการไหลระบายของน้ำในพื้นที่ อ.บางระกำ ขัดข้องหรือมีปัญหา ก็จะส่งผลให้ ต.ดงเดือย มีน้ำท่วมขังยาวนานหลายเดือน
ขณะเดียวกันการประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการผันน้ำยมลงสู่น้ำน่านเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยนั้น นายผจญ พูลด้วง นายก อบต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตร ดิตถ์ พื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ แสดงความเห็นว่า การแก้ไขปัญหาของราชการไม่ถูกจุด เพราะน้ำที่ผันจากแม่น้ำยมล้นคันคลอง การสร้างเขื่อนขนาดเล็กและเปิดทางน้ำในพื้นที่ ต.คอรุมและพญาแมน ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง แต่จะต้องสร้างคันให้สูงขึ้นและขุดลอกคลองที่ผันน้ำยมลงมาให้กว้างขึ้น ก็จะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ







