
ยอดขายสินค้าไฟฟ้าร่วงคู่ค้ากังวลศก.ยุโรปหนัก
พิษเศรษฐกิจยุโรป คาดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไตรมาส 2 ร่วงหนัก 13.31% เหตุลูกค้าต่างรัดเข็มขัด
พิษเศรษฐกิจยุโรป คาดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไตรมาส 2 ร่วงหนัก 13.31% เหตุลูกค้าต่างรัดเข็มขัด
นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 2555) ปรับตัวลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าส่งออกรวมอยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และพบว่ายอดส่งออกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 13.31% เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าในตลาดยุโรปลดลง
ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่า ยอดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกลุ่มประเทศยุโรป เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และไมโครเวฟลดลง 5% จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและกำลังขยายวงกว้างอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรป ทำให้ลูกค้าเริ่มเกิดภาวะรัดเข็มขัดมากขึ้น หากพิจารณาเฉพาะภาวการณ์การผลิตอุตสาห กรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของเดือน เม.ย. 2555 มีการปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 13.02% โดยผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ สายไฟ 61% รองลงมา คือ เครื่องปรับอากาศ 25.36%
สำหรับสัดส่วนตลาดส่งออกอิเล็ก ทรอนิกส์ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกไปจีนสูงสุด 18% มูลค่า 1,793 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ สหรัฐ 17% มูลค่า 1,647 ล้านเหรียญสหรัฐ อาเซียน 15% มูลค่า 1,457 ล้านเหรียญสหรัฐ ยุโรป 14% และญี่ปุ่น 7%
อย่างไรก็ตาม สถาบันไฟฟ้าฯ ยังไม่ปรับประมาณการอัตราการเติบโตของมูลค่าส่งออก คาดว่าภาพรวมปีนี้จะโตอยู่ที่ 5% แต่มีเงื่อนไขว่า ไตรมาส 3 การส่งออกต้องกลับมาขยายตัว 3% และไตรมาส 4 ขยายตัว 10% อีกทั้งต้องดูว่าวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะลุกลามแค่ไหน ซึ่งค่อนข้างเป็นห่วงกลุ่มเอสเอ็มอี
สถาบันฯยังเป็นห่วงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)ที่เป็นสมาชิกของสถาบันฯประมาณ 85%ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 2,000 ราย ว่า เมื่อเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)แล้ว ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะอยู่อย่างลำบาก เนื่องจากต้องแข่งขันสูงขึ้น
ขณะเดียวกันราคาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้มากนัก เพราะเป็นไปตามกลไกตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์ แม้ว่าต้นทุนการผลิตจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม โดยเร็วๆนี้ ทางสถาบันฯจะมีการประชุมร่วมกันถึงปัญหาเร่งด่วนที่จะกระทบต่อผู้ประกอบการกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาร่วมกัน







