
ยูโรคุกคามหนัก
สภาพัฒน์ประเมินดีสุดจีดีพีโต5.5%หากดิ่งเหวส่งออกเดี้ยงไปได้แค่3.5%
สภาพัฒน์ประเมินดีสุดจีดีพีโต5.5%หากดิ่งเหวส่งออกเดี้ยงไปได้แค่3.5%
สศช.คาด จี20 ทุ่ม 4.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แก้ปัญหาโลก ประเมินเศรษฐกิจไทยโตลดลง ส่งออกส่อเค้าเดี้ยงหนัก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เพื่อหารือสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจยุโรป โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่า กลุ่มยูโรโซนจะผ่อนปรนมาตรการการคลังที่เข้มงวดเป็นมาตรการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
สศช.คาดการณ์ว่า การประชุมกลุ่มประเทศ จี20 จะมีการพิจารณาปัญหาวิกฤตในยูโรโซน การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ จีน และอินเดีย รวมทั้งเพิ่มวงเงินแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จำนวน 4.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก
สศช.ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สามารถรับมือกับเงินทุนเคลื่อนย้ายจากวิกฤตได้ แต่กระทรวงแรงงานควรหามาตรการเพื่อรองรับการเลิกจ้างของภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป
สศช.ยังประเมินความเป็นไปได้ในกรณีต่างๆ ดังนี้ กรณีแรกกรีซยังอยู่ในยูโรโซน จะทำให้ทางการยูโรจะผ่อนคลายความเข้มงวดของมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังและดำเนินมาตรการ เพื่อป้องกันการลุกลามของวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่
ด้านผลกระทบต่อไทยนั้นจะทำให้การส่งออกของไทยมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ประมาณ 1317% และเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ประมาณ 5.5-6.5%
กรณีที่กรีซออกจากยูโรโซนจะเกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังประเทศที่มีความปลอดภัยมากขึ้น
ผลกระทบต่อไทยนั้นจะทำให้การส่งออกมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้813% และเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้แค่ 4.5-5.5%
กรณีที่กรีซออกจากยูโรโซนและทางการยูโรมีความล่าช้าในการควบคุมการลุกลามของวิกฤตทางเศรษฐกิจจะมีการใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการควบคุมการถอนเงินของประชาชนในยูโรจะมีความเด่นชัดมากขึ้น ผลกระทบต่อไทยนั้นจะทำให้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวแค่ 48% อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเติบโตได้แค่ 3.5-4.5%
ปัจจุบันไทยมีการส่งออกไปยังกลุ่มยุโรปโดยตรงร่วม 9.8% ของยอดส่งออกรวมคิดเป็นมูลค่าปีละ 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







