
กัมพูชา-ลาวเนื้อหอม
นักธุรกิจและตัวแทนจากรัฐบาลกัมพูชาและลาว เปิดเผยระหว่างการประชุม “เกรทเธอร์แม่โขง อินเวสเมนต์ ฟอรัม”
นักธุรกิจและตัวแทนจากรัฐบาลกัมพูชาและลาว เปิดเผยระหว่างการประชุม “เกรทเธอร์แม่โขง อินเวสเมนต์ ฟอรัม” ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ปัจจุบันกัมพูชาและลาวถือเป็น 2 ประเทศที่น่าลงทุนในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากปัจจัยด้านความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและการเมือง ประกอบกับการเปิดตลาดหลักทรัพย์กัมพูชา (ซีเอสเอกซ์) เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และการเตรียมเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) สิ้นปีนี้
สุ่มจันทอน ประธานสภาพัฒนากัมพูชา ระบุว่า กัมพูชามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีหนี้สาธารณะในระดับต่ำ มีความมั่นคงด้านการเมือง และที่สำคัญคือ มีตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่งเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ โดยในเบื้องต้นนั้นการประปาแห่งพนมเปญเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่กัมพูชาไม่มีกฎหมายด้านการลงทุน ซึ่งหมายความว่าชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจในกัมพูชาได้ 100% ว่าจะยิ่งส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในกัมพูชามากขึ้น
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ เคนเนธ สตีเวนส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลโอพาร์ด แคปปิตัล บริษัทจัดการการลงทุนที่มีกิจการอยู่ในกัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งมองว่าลาวซึ่งไม่มีกฎหมายด้านการลงทุนเช่นกัน จะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการเข้าเป็นสมาชิกของดับเบิลยูทีโอสิ้นปีนี้
“แม้หลายฝ่ายจะวิตกกังวลว่า ลาวถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความโปร่งใสต่ำ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาคอร์รัปชันในลาวไม่ได้เป็นปัญหาที่รุนแรงเลยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน” สตีเวนส์ กล่าว







