
คิดผิดคิดใหม่
รัฐบาลมีการระดมสมองและเตรียมหลากหลายมาตรการในการรับมือวิกฤตการณ์ยุโรป นับเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว
รัฐบาลมีการระดมสมองและเตรียมหลากหลายมาตรการในการรับมือวิกฤตการณ์ยุโรป นับเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว
แต่ 1 ใน 10 มาตรการที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ขายความคิดออกมาคือ การมอบหมายให้กระทรวงการคลังเตรียมวิธีที่เหมาะสมล่วงหน้า กรณีตลาดหุ้นได้รับผลกระทบ เช่น การจัดตั้งกองทุนหุ้นนั้นถือว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง
การจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นเพื่อช้อนหุ้นราคาต่ำๆ เก็บไว้ แล้วขายออกเมื่อภาวะตลาดหุ้นฟื้นตัว สร้างกำไรมหาศาลให้กับสถาบันที่ร่วมลงขันจัดตั้งกองทุนตามคำขอของรัฐบาล ที่ผ่านมานับเป็นความสำเร็จในอดีต แต่มิใช่ว่าจะเป็นเครื่องการันตีถึงความสำเร็จในอนาคต
ปัญหาขณะนี้ใหญ่เหลือเกินและสลับซับซ้อนเกินกว่าที่จะแก้ไขด้วยกองทุนพยุงหุ้นเหมือนที่ผ่านมาแล้ว
ใช่เมื่อไรที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นมา เงินทุนต่างประเทศก็มักจะไหลกลับออกไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น แต่นายกิตติรัตน์ควรจะคิดให้รอบคอบก่อนที่จะเอ่ยปาก เรื่องจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น เพราะนอกจากไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ปัจจุบันนี้แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะลากยาวไปอีกหลายปี
ที่สำคัญกองทุนพยุงหุ้นไม่ใช่ว่าจะมีแต่ผลดี ทำให้นักลงทุนขาดทุนน้อยลง แต่ก็มีผลกระทบทั้งโดยตรงและทางอ้อมกับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย
กองทุนพยุงหุ้นเกิดขึ้นมาเมื่อไรแล้ว ตลาดหุ้นก็จะขาดความสมดุลและสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับนักลงทุนที่ผ่านมานักลงทุนบางคนหรือบางกลุ่มมีการขายหุ้นออกไปแล้ว เพื่อรอจังหวะและโอกาสว่าปัญหายุโรปทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อใด ดัชนีหุ้นจะทรุดลงแรงก็จะเป็นจังหวะช้อนหุ้นราคาถูกเก็บไว้ในพอร์ต
แต่รัฐบาลกลับจัดตั้งกองทุนพยุง ทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นเป้าหมายในการซื้อของกองทุนพยุงหุ้นทุกครั้งไป
นอกจากนี้ กองทุนพยุงหุ้นยังเป็นตัวสะท้อนที่ชัดเจนให้นักลงทุนต่างชาติเห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่มีการพัฒนา เพราะตลาดหุ้นที่มีการพัฒนาแล้ว จะต้องไม่มีการแทรกแซงจากนโยบายของภาครัฐ ต้องปล่อยให้ตลาดมีการซื้อและขายอย่างเสรี ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวตามความต้องการซื้อและความต้องการขายอย่างแท้จริง
ดังนั้น ในขณะนี้รัฐบาลยังมีเวลาคิดและตัดสินใจ เรื่องมาตรการรับมือวิกฤตการณ์ที่รุนแรงยังมาไม่ถึง ประเทศไทยยังไม่จนมุม หรือต้องงัดมาตรการที่เตรียมไว้อย่างพร้อมพรั่งออกมาใช้ นายกิตติรัตน์ในฐานะผู้รับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจเต็ม 100% ควรจะทบทวนนโยบายใหม่ หรือหามาตรการที่สมเหตุสมผลมากขึ้น เพื่อที่จะนำเครื่องมือต่างๆ ที่เตรียมไว้มาแก้ไข ช่วยให้คนไทยและประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤตการณ์รอบนี้ไปได้ด้วยดี







