
หินน้ำมันจุดที่อาจฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ
ผมถูกผู้อ่านโทร.มาขอให้เขียน เรื่องเทคโนโลยีขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่เรียกกันว่า Fracking อีกครั้ง
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผมถูกผู้อ่านโทร.มาขอให้เขียน เรื่องเทคโนโลยีขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่เรียกกันว่า Fracking อีกครั้ง ซึ่งก็คือการใช้ระบบไฮดรอลิกดันเอาน้ำผสมเคมีและทรายจำนวนมหาศาล อัดด้วยแรงดันสูงเจาะทะลุเนื้อหินให้แหลกละเอียด น้ำผสมเคมีจะปลดปล่อยให้น้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติออกมาจากเนื้อหิน
ฟังดูก็เหมือนเด็กเล่นเป่าลม (ผสมน้ำลายโดยไม่รู้ตัว) ลงไปในหลอดดูดที่ปักในแก้วน้ำแข็งเปล่าๆ ผลคือได้น้ำเย็นๆ ที่ละลายจากลมล้นถ้วยขึ้นมา ส่วนน้ำลายที่ (บังเอิญ) เป่าลงไปก็ผสมผสานไปในก้อนน้ำแข็งนั่นแหละ
หลายมลรัฐในอเมริกาจึงออกกฎหมายเข้มงวดกับการขุดเจาะแบบ Fracking เพราะกลัวว่าน้ำใต้ดินจะปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีที่ใช้อัดลงไป
มหาเศรษฐีอย่าง จอร์จ โซรอส จึงแข่งกับ ทีบูน พิกเกน ไล่ซื้อหุ้นของบริษัทที่มีสิทธิบัตรของเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เพราะรู้ว่าจะมีน้ำเสียจำนวนมหาศาลให้บำบัด
ในสหรัฐอันเนื่องมาจากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติที่แทรกตัวอยู่ในเนื้อหินเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดที่เคยมีการค้นพบ เรียกกันว่า Ring of Fire ซึ่งครอบคลุมดินแดนมลรัฐบ้านนอกของสหรัฐทั้งหมด ตั้งแต่หลังเทือกเขาแอพพาเลเซียนทางตะวันออกไปถึงเทือกเขาร็อกกี้ทางตะวันตก
ปริมาณที่สำรวจพบ นอกจากปรากฏในรายงานฉบับทางการของกระทรวงพลังงานสหรัฐแล้ว รายงานของซิตี้แบงก์กรุ๊ปเมื่อ 16 ก.พ.ปีนี้ก็ระบุว่า การสำรวจพบครั้งนี้ถือเป็น Game Changer หรือจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐเลยทีเดียว เพราะจะทำให้สหรัฐสามารถเปลี่ยนเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซ แทนที่จะเป็นผู้นำเข้าพลังงานอย่างที่เคยเป็นมานับร้อยปี
ก๊าซธรรมชาติเท่าที่ขุดขึ้นมาจากแหล่งเหล่านี้ เพียงแค่ไม่กี่ปีก็มีผลผลิตมากพอๆ กับที่สหรัฐต้องนำเข้าจากอาหรับ บัดนี้ปรากฏว่าคลังเก็บก๊าซที่มีในสหรัฐมีไม่พอเก็บซะแล้ว ต้องเร่งสร้างคลังใหม่มากมาย
ถ้าผลผลิตที่ได้มีมากขนาดไม่พอเก็บเข้าถัง ลองจินตนาการว่ามีน้ำผสมสารเคมีที่ใช้อัดฉีดลงไปใต้ดินสหรัฐเยอะขนาดไหน และจะมีปัญญาเอาไปเก็บที่ไหนได้ รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อระบบน้ำใต้ดินขนานใหญ่เพียงใด
รัฐนิวยอร์ก ซึ่งได้ชื่อว่ามีกฎหมายเข้มงวดที่สุด ตอนนี้มีผู้ขออนุญาตใช้วิธีทำ Fracking แบบใหม่ ที่ไม่ต้องใช้น้ำแล้ว ว่ากันว่าเขาใช้ของเหลวที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นปิโตรเลียม (Oil Base) นั่นเอง หลังจากนั้นใช้ไฮดรอลิกแรงสูงอัดลงไปในชั้นหิน ทำให้มันไปดึงดูดโมเลกุลของปิโตรเลียมในหินออกแล้วถูกดูดกลับขึ้นพร้อมกับน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติที่ตั้งใจค้นหา จากนั้นก็เอากลับเข้ากระบวนการ เพื่อแยกกลับออกใช้ใหม่ในรูปรีไซเคิล
กลุ่มคนรักน้ำบาดาลในสหรัฐ จึงใจจดใจจ่อกับรายงานของรัฐนิวยอร์กอย่างยิ่งว่า จะยืนยันผลของเทคโนโลยีนี้อย่างไรบ้าง
ส่วนยุโรปปีนี้ ดูจะไม่มีอะไรให้หวังได้เอาซะเลย!







