
มท.ลั่นห้ามนำเงินอบจ.ทำฟุตบอลลีก
มหาดไทยล้อมคอกห้ามนำเงินอบจ.ทำลีกอาชีพ หลังพบตระกูล “นาคาศัย” ทำชัยนาทเอฟซีผิดกฎหมาย 54 ล้าน
มหาดไทยล้อมคอกห้ามนำเงินอบจ.ทำลีกอาชีพ หลังพบตระกูล “นาคาศัย” ทำชัยนาทเอฟซีผิดกฎหมาย 54 ล้าน
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายวัลลภ พริ้งพงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ทำหนังสือเมื่อ 15 มิ.ย. 2555 ถึงผวจ.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ หมวดเงินอุดหนุนเพื่อสนับสนุนการกีฬา หนังสือดังกล่าวระบุว่า ด้วยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบการบริหารงบประมาณรายจ่าย หมวดเงินอุดหนุนขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พบว่ามีการเบิกจ่ายเงินสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัด ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย สตง.จึงทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานบริหารงบประมาณให้ถูกต้องตามกม.อย่างเคร่งครัด
มท.พิจารณาแล้วเห็นว่าในการตั้งงบประมาณเพื่ออุดหนุนองค์กรภาคประชาชน องค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงื่อนไขสำคัญคือ โครงการหรือกิจกรรมที่จะขอรับเงินอุดหนุน จะต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับประโยชน์ การจัดให้มีและบำรุงสถานที่การกีฬา หรือส่งเสริมบำรุงการกีฬา ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะตั้งงบประมาณสนับสนุนได้ จะต้องทำเพื่อสาธารณประโยชน์ของประชาชน มิใช่เชิงธุรกิจ และรักษาไว้ซึ่งวินัยทางการเงินสาธารณะ จึงขอให้จังหวัดและอำเภอกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณเพื่ออุดหนุนการกีฬาให้ถูกต้องตามกม. และหนังสือของกระทรวงมหาดไทยอย่างเคร่งครัด
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธ.ค. 2554 สตง.ได้มีการตรวจสอบการใช้งบอบจ.ชัยนาทในงวดปีงบประมาณ 2552-2554 พบว่า อบจ.ชัยนาท โดยนายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกอบจ.ชัยนาท มีการอนุมัติและเบิกจ่ายเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนสมาคมกีฬา จ.ชัยนาท ซึ่งนายอนุสรณ์เป็นนายกสมาคม ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ของสโมสรฟุตบอลจ.ชัยนาท หรือชัยนาทเอฟซี ซึ่งนายอนุสรณ์เป็นผจก.ทีม และใช้ในการจัดการแข่งขันชกมวยสากลระดับโลก โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ หลายต่อหลายครั้ง
ทั้งที่การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพเป็นกีฬาเพื่อการอาชีพ ไม่ใช่กีฬาที่อบจ.ต้องส่งเสริม จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของอบจ.ชัยนาท และปชช.ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง การปฏิบัติดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย เมื่อ 8 ม.ค. 2553 อีกทั้ง นายกอบจ.ชัยนาทคนดังกล่าว ก็ยังเป็นนายกสมาคมกีฬาชัยนาท เป็นผู้จัดการสโมสรชัยนาทเอฟซี แต่กลับเอางบไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในสมาคมสโมสรอาชีพ จึงเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน สตง.จึงให้นายกอบจ.ชัยนาท นำเงินจำนวน 54ล้านบาทส่งคืนทางอบจ.ชัยนาท
ต่อมา นายพิศิษฐ์ ลิลาวชิโรภาส รองผู้ว่าสตง. รักษาการแทนผู้ว่าสตง. ได้ทำหนังสือถึงนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือนธ.ค. 2554 เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบริหารงบประมาณให้ถูกต้องตามกฎหมาย จนทำให้นายวัลลภมีหนังสือดังกล่าวออกมาเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2555







