posttoday
จับโจ๋บางพลีลักจักรยานยนต์แยกชิ้นส่วนขาย

จับโจ๋บางพลีลักจักรยานยนต์แยกชิ้นส่วนขาย

19 มิถุนายน 2555

รวบโจ๋วัย 18 ตระเวนโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่บางพลีก่อนนำไปชำแหละชิ้นส่วนขาย

รวบโจ๋วัย 18 ตระเวนโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่บางพลีก่อนนำไปชำแหละชิ้นส่วนขาย

จับโจ๋บางพลีลักจักรยานยนต์แยกชิ้นส่วนขาย

เมื่อเวลา 17.00 น.พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์  รองผบก. พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ พ.ต.ท.ณรงค์  ชนะภัยกุล รองผกก.สส. พ.ต.ท.ภาคภูมิ โห้ใย สว.สส. พ.ต.ต.กฤติน ตปสีโล สวป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สำโรงเหนือ  ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายณัฐพงศ์ สายสมบัติ พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 6 คัน แผ่นป้ายทะเบียนรถจยย. ทั้งส่วนบุคคลและรับจ้าง จำนวน 108 อัน ชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์ รถจักรยานยนต์ อีกนับ1,000 ชิ้น 

พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน มีข้อมูลว่านายณัฐพงศ์ ผู้ต้องหาพร้อมพวกมีพฤติกรรมโจรกรรมรถจยย.ในเวลากลางคืนในเขตพื้นที่สมุทรปราการและกรุงเทพฯจึงได้ไปตรวจค้นที่บ้านพักย่านซอยแบริ่ง22 ต.สำโรงเหนือ ก็พบนายณัฐพงศ์ นั่งคร่อมรถจยย.ฮอนด้า โซนิค สีแดง หมายเลขทะเบียน กบก 972 น่าน  เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ก็รีบวิ่งหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามควบคุมตัวไว้ได้และยังพบเหล็กแหลมซึ่งเป็นอุปกรณ์ไว้โจรกรรมรถจยย.อยู่ในตัว จึงได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.สำโรงเหนือ

จากการตรวจสอบพบว่ารถจยย.คันดังกล่าวได้ถูกแจ้งความหายไว้ที่สน.พระโขนงเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2555 ที่ผ่านมา  พร้อมกับขยายผลไปยังบ้านเลขที่ 201/157 หมู่บ้านบางพลีนคร ม.11 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี ซึ่งนายณัฐพงศ์ให้การว่าจะนำรถจักรยานยนต์ที่โจรกรรมมาได้มาขายให้กับนายสมศักดิ์ หรือ สิงห์ ถนอมทรัพย์ อายุ 37 ปี ซึ่งอยู่ที่บ้านหลังกล่าว แต่ปรากฏว่า นายสิงห์ หลบหนีไปได้ 

โดยรอบบริเวณบ้านพบ อุปกรณ์และชิ้นส่วนอะไหล่รถจยย. เช่น โซ่ สายพานราวลิ้น แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ประมาณ 80 อัน ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ รวมกว่า 1,000 ชิ้น และยังมีแผ่นป้ายทะเบียนซึ่งอยู่ภายในคลองงมขึ้นมาได้อีก 108 อัน

ด้าน พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง  ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ยังได้กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายณัฐพงศ์ ให้การว่า จะร่วมกับเพื่อนตระเวนโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการและท้องที่เขตบางนา,เขตพระโขนง กทม. โดยจะใช้เหล็กแหลมเป็นเครื่องมือ เมื่อได้รถแล้วก็จะนำรถไปขายให้กับนายสิงห์ ผู้ต้องหาที่หลบหนีในราคาคันละ 3,000 บาท จากนั้นนายสิงห์ก็จะนำมาชำแหละชิ้นส่วนขายอีกครั้ง ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนก็จะทิ้งลงลำคลองซึ่งอยู่ติดกับบ้านเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของตำรวจ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล