
วงจรเดิมๆ
ผลการเลือกตั้งกรีซปรากฏออกมาแล้ว คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ หรือพรรคเอ็นดี เข้าวินมาเป็นอันดับ 1
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ผลการเลือกตั้งกรีซปรากฏออกมาแล้ว คือ พรรคประชาธิปไตยใหม่ หรือพรรคเอ็นดี เข้าวินมาเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนคะแนนเกือบ 30% สรุปแล้วพรรคเอ็นดีได้สิทธิเจรจาฟอร์มรัฐบาลก่อน คาดว่าจะจับมือกับพรรคหัวอำนาจเก่าเหมือนกันอย่างพรรคปาซก ที่เข้าวินมาเป็นอันดับ 3 ท้ายที่สุดรัฐบาลชุดใหม่ของกรีซก็จะเดินหน้าปฏิบัติตามเงื่อนไขรัดเข็มขัดต่อไปตามวิถีเดิมที่ควรจะเป็น
ส่วนพรรคไซรีซา ซึ่งเป็นพรรคแนวซ้ายจัด ซึ่งเข้ามาเป็นอันดับ 2 ก็ไม่น่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาล และความวิตกกังวลที่ว่ากรีซจะออกจากยูโรโซนนั้นก็ผ่อนคลายความวิตกกังวลกันได้ เพราะพรรคนี้ไม่ได้เป็นรัฐบาล นโยบายฉีกแผนรัดเข็มขัดก็ไม่ปรากฏต่อไป
กรีซก็จะเดินหน้าประหยัดต่อไปครับ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ แต่แน่นอนว่าประชาชนกรีซก็ต้องจำยอมรับกับความเจ็บปวดที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป เพื่อแลกสิทธิกับการใช้เงินสกุลยูโรต่อไปครับ
สัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้า สิครับน่าจับตามองยิ่งกว่า เพราะเมื่อวานนี้เริ่มเปิดประชุม จี20 กันแล้ว ส่วนสัปดาห์หน้า 28-29 มิ.ย. จะเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป 27 ประเทศ
ประเด็นที่ถกกันก็ไม่แคล้วเรื่องวิกฤตหนี้ยุโรป เพราะเป็นปัญหามาแรงอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้ และสิ่งที่จะต้องคุยกันให้ได้ก็คือ นอกเหนือจากที่ยุโรปจะเดินหน้ารัดเข็มขัดตามแผนการหลายๆ ประการที่คุยกันแล้ว ก็จะต้องหาทางใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย
โดยเฉพาะการผลักดันจากประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำคนใหม่จากฝ่ายซ้ายของฝรั่งเศสที่มีนโยบายชัดเจนว่ายุโรปต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย เพราะถ้าเศรษฐกิจไม่เคลื่อนไหว ไม่เติบโตแล้ว การประหยัดอย่างเดียวก็จะเป็นการทำร้ายตัวเองเปล่าๆ
นี่แหละครับสิ่งที่ผมบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังกลายเป็นวงจรเดิมๆ ที่เมื่อคนเราเป็นหนี้ก็ต้องประหยัด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เกิดกับคนคนเดียว แต่เกิดกับทั้งประเทศ ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำประหยัดอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจจะไม่ขึ้นก็ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจอัดเงินกันต่อไป
แต่ถ้าไม่มีเงิน จะเอาอะไรมากระตุ้น ก็ต้องเดือดร้อนคนอื่นๆ อีก โดยสำหรับยุโรปกำลังมองไปที่เงินส่วนกลางทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนอีเอฟเอสเอฟ หรืออีเอสเอ็ม ที่หลายประเทศกำลังหาทางนำเงินจากแหล่งพวกนี้มาใช้
เงินเหล่านี้มาจากไหน มาจากสมาชิกต่างๆ เยอรมนีเป็นผู้ออกมากสุดมาตลอด ก็พอเข้าใจครับว่าเยอรมนีรู้สึกอย่างไร เอะอะอะไรก็เดือดร้อนเงินคนเยอรมนีกันหมด
จึงไม่แปลกอะไรที่เยอรมนีจะเรียกร้องให้สมาชิกยูโรโซน “ฝึกวินัยการคลัง” กันเสียก่อน เพราะหากนำเงินไปกระตุ้นในช่วงที่ประเทศมีหนี้สินมากมายก็เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ
บางครั้งบางทีโลกก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองบ้าง มัวแต่ห่วงตัวเลขเศรษฐกิจ เดี๋ยวจะไม่โตอย่างนั้นอย่างนี้ เศรษฐกิจไม่ดีก็พยายามดันทุรังกระตุ้น แต่เงินไม่มีจะเอาที่ไหนมากระตุ้น ไปยืมมากระตุ้นก็จะยิ่งเป็นหนี้ เป็นวงจรเดิมๆ ที่โลกทุนนิยมควรจะคิดใหม่ทำใหม่ได้แล้วครับ







