
พรรคร่วมผนึกค้านยุบสภาลั่นไม่ใช่ทางออก
ประเด็นข้อเรียกร้องหลักของกลุ่มเสื้อแดงในครั้งนี้ คือให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งกันใหม่ ดูเหมือน ว่าคงไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน
ทั้งนี้เพราะพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้ ในขณะที่นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ตอบรับเช่นกัน และทั้งหมดที่จะนำเสนอคือความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลต่อข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภา
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำชาติไทยพัฒนา บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะขณะนี้ระบบรัฐสภายังทำงานได้ จึงอยากให้แก้ปัญหาตามกลไกรัฐสภามากกว่า เพราะหากรัฐบาลต้องยอมยุบสภาเพราะแรงกดดันของการชุมนุม แบบนี้จะกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในอนาคตได้ เพราะต่อไปหากไม่พอใจรัฐบาลก็จะนำคนมากดดันแบบนี้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และทำให้ยากกับการปกครอง
“
ดังนั้นการยุบสภาไม่ใช่ทางออก และแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ควรใช้สติในการแก้ปัญหา และคุยกันด้วยเหตุผล เพราการพูดคุยกันสภายังแก้ปัญหาได้” นายสมศักดิ์ กล่าวขณะที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า คำตอบของพรรคภูมิใจไทย คือเห็นด้วย กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทุกประการ ว่าไม่สามารถยุบสภาในขณะนี้ได้ เพราะประเทศไม่ควรอยู่ภายใต้การกดดันของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และการยุบสภาไม่ใช่การแก้ปัญหา ทางที่ดีกลุ่มคนเสื้อแดงควรยุติการชุมนุมและเจรจากับรัฐบาล เพราะนายกฯ ก็เปิดช่องให้มีการเจรจาอยู่แล้ว
ด้าน นพ.อลงกต มณีกาจ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะสภาไม่ได้ทำอะไรผิด และข้อเสนอดังกล่าวไม่มีเหตุผลเพียงพอ ดังนั้น ควรรอให้รัฐบาลอยู่ครบวาระดีกว่าเพราะเหลือเวลาเพียงปีกว่าๆ เท่านั้น และนายกฯ ไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่จำเป็นต้องยุบสภาหรือลาออกแต่อย่างใด ทั้งนี้การยุบสภาตามข้อเสนอของคนเสื้อแดง ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะหากเลือกตั้งแล้วได้พรรคเพื่อไทยกลับมา คนเสื้อเหลืองก็จะออกมาประท้วงอีกปัญหาไม่จบแค่การยุบสภาแน่นอน
“
วิธีการกดดันให้ยุบสภาแบบนี้มันไม่ใช่วิธีการประชาธิปไตย ออกแนวเผด็จการด้วยซ้ำ ที่กดดันให้คนอื่นลาออกเพื่อเข้ามาล้มกระดานใหม่ จึงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และรัฐบาลก็คงไม่สามารถรับแนวทางนี้ได้ เพราะหากได้อำนาจด้วยวิธีการแบบนี้จะบอกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร ผมยืนยันว่ากระบวนการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลจากพรรคพลพลังประชาชนมาเป็นประชาธิปัตย์ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยทุกประการ” นพ.อลงกต กล่าวสำหรับท่าทีของนายอภิสิทธิ์ดูไม่สะทกสะท้านกับเสียงขู่ ของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ที่ระบุว่า ถ้านายกฯ ไม่ตัดสินใจยุบสภาในวันที่ 15 ม.ค. จะนำพลคนนับล้านมาปิด กทม.โดยบอกว่า รัฐบาลคงไม่อยู่ภายใต้ภาวะที่จะให้ใครมาข่มขู่ การเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญคือการมาชุมนุมแสดงออกเพื่อให้ความคิดเห็นในทางการเมือง จะสะท้อนข้อเรียกร้องอะไรก็สามารถทำได้ รัฐบาลพร้อมรับฟังและพิจารณา แต่หากจะใช้วิธีข่มขู่คงไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามความหมายของการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ การไปฟังนายณัฐวุฒิคนเดียวคงไม่ได้ มีหลายคนต่างคนต่างพูดไปคนละเรื่อง ข้อเสนอที่นายณัฐวุฒิเสนอก็ไม่ตรงกับข้อเสนอของแดงสยาม
“
เส้นตายที่เขาขีดมานั้นคงไม่มีผลต่อการตัดสินใจทางการเมืองของผม และผมก็จะดูว่าข้อเสนอเหตุและผลคืออะไร การที่จะบอกว่าคนคนหนึ่งพูดว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ ในขณะที่คนกลุ่มเดียวกันเองมาบอกว่าไม่ใช่เป้าหมายมันก็ต้องพิจารณา และการที่เขาออกมาบอกว่ายุบสภา แล้วเหตุการณ์จะสงบ แดงสยามก็ไม่เห็นบอกแบบนี้” นายกฯ กล่าวทั้งนี้ เมื่อถามว่า คำขู่ของ นายณัฐวุฒิ รัฐบาลไม่มองหรือหยิบมาเป็นประเด็นใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยัง เพราะมันไม่ใช่ข้อเสนอเป็นเรื่องที่นายณัฐวุฒิพูด แต่หากมีการชุมนุมแล้วเขาจะส่งเรื่องราวหรือจัดยืนต่างๆ ก็ค่อยนำมาพิจารณากัน แต่เท่าที่ฟังมีคนมาบอกว่ากลุ่มแดงสยามมีความคิดเห็นไปอีกทางหนึ่ง
“
โทษนะครับ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. คุณณัฐวุฒิก็เป็นคนพูดเองว่ายุบสภาเป็นแค่หลักกิโลแรก ไม่ได้บอกว่าหลักกิโลสุดท้าย” นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เหตุผลที่นายกฯจะหยิบมายุบสภาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไม่พูดอะไรล่วงหน้าจะทำงานไปตามปกติ
“
ผมบอกแล้วว่าการตัดสินใจเรื่องการยุบสภาเป็นเรื่องที่ผมจะดูประโยชน์ของส่วนรวม ผมไม่ทราบเลยว่าเหตุการณ์จะมีพัฒนาการไปทางไหนอย่างไร แต่ผมดูให้มันสงบเรียบร้อย ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นประเด็นในขณะนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าวเมื่อถามว่าประเมินแล้ว อะไรเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับชาติ นายกฯ กล่าวว่า บ้านเมืองสงบและการรักษาหลักของบ้านเมืองไว้ได้ไม่ใช่สงบเพียงชั่วคราวแล้วก็เสียหลักตลอดไป เมื่อถามว่า อะไรที่เรียกเป็นการสงบชั่วคราวแล้วเสียหลักตลอดไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไม่เคารพกฎกติกาของบ้านเมืองหรือไม่ยอมรับกฎกติกาบ้านเมือง และไม่มีการยึดถือสถาบันหลักของชาติ







