posttoday
ชงเก็บภาษีเซล 1 บาท

ชงเก็บภาษีเซล 1 บาท

18 มิถุนายน 2555

ด้านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ด้านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ให้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร หลังจากครบกำหนดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดมาตรการของกระทรวงการคลังที่ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับลดลงแล้ว และหากยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้มีการปรับคืนภาษีสรรพสามิตดีเซลบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจในการจัดเก็บรายได้ให้กับกระทรวงการคลัง

สำหรับที่ผ่านมาการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลจากเก็บที่ 5.31 บาทต่อลิตร ทำให้สูญเสียรายได้ถึง 9,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยกระทรวงการคลังได้ต่ออายุการลดภาษีมาแล้วหลายครั้ง ทำให้สูญเสียรายได้รวมแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งการเรียกคืนภาษีดีเซลจะใช้วิธีการเดียวกับการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ที่จะเก็บในช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกลดเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน โดยจะไม่ใช้วิธีขึ้นราคาขายปลีกให้สูงขึ้น

ทนุศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายท่านบอกว่า ช่วงนี้เหมาะที่จะเรียกคืนภาษีสรรพสามิตดีเซล เพราะเป็นช่วงที่ดีเซลถูกที่สุดในรอบปี ประกอบกับปัญหาหนี้ในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเริ่มรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันตลาดโลกยิ่งปรับลดลงมากโดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เห็นราคาน้ำมันดิบต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดีเซลต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงเร็วมากล่าสุดน้ำมันดิบต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแล้ว และตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2555 ราคาดีเซลต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร ซึ่งผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังยังจะเสนอ ครม.ให้พิจารณาอนุมัติหลักการให้ผู้มีอำนาจอนุมัติของรัฐวิสาหกิจ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.ชลบุรี วันที่ 19 มิ.ย.นี้ พิจารณาแก้ไขสัญญาว่าจ้างเอกชนดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในลักษณะจ้างเหมาบริหาร หากเอกชนคู่สัญญาได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังจึงเห็นว่า ควรให้รัฐวิสาหกิจที่จ้างเอกชนดำเนินการในลักษณะจ้างเหมาแก้ไขสัญญากับเอกชนคู่สัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุมัติของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งที่จะพิจารณาแก้ไขสัญญาเอง

ด้านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเสนอ ครม.จัดสรรงบปี 2556 วงเงิน 6,835 ล้านบาท สำหรับจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้ส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษาตามผลประเมินการปฏิบัติราชการในปีงบ 2555 โดยได้เสนอรัฐบาลแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 จำนวน 6,835 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินรางวัลหรือเงินโบนัสข้าราชการ สำหรับเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ปฏิบัติ 5,550 ล้านบาท และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหาร 1,285 ล้านบาท

สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ขอ ครม.ให้อนุมัติหลักการให้บรรจุรายการเงินรางวัลและเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหารไว้ในรายการงบประมาณของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณประจำปีของทุกปี

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า การจัดสรรเงินโบนัสราชการตามผลการประเมินการปฏิบัติราชการปีงบ 2554 ไม่มีการตั้งงบปี 2555 ไว้ จึงต้องใช้งบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการ แต่การจ่ายเงินรางวัลไม่ทั่วถึงเพราะมีส่วนราชการ 98 หน่วยที่มีเงินเหลือจ่าย มีเงินรางวัลทั้งจำนวนเพียง 63 หน่วยงานเท่านั้น และ 188 หน่วยไม่มีเงินเหลือจ่าย

ดังนั้น หากต้องการให้จัดสรรเงินรางวัลทั่วถึง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการ จึงเสนอให้มีการศึกษาว่าจะจัดสรรเงินโบนัสข้าราชการจากแหล่งใดได้บ้าง โดยสำนักงาน ก.พ.ร.เสนอแหล่งที่มาของเงิน 2 แห่ง คือ เงินเหลือจ่ายของส่วนราชการปีงบ 2554 และเสนอของบกลางปี 2555 พร้อมทั้งขอให้กรมบัญชีกลางจัดทำข้อมูลเรื่องนี้

รายงานข่าวระบุว่า ตั้งแต่ปี 2547-2552 รัฐบาลจัดสรรงบเพื่อเป็นเงินโบนัสข้าราชการแล้ว 3.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับหน่วยงาน 2.7 หมื่นล้านบาท และเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้บริหาร 6,255 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท