
คนลุ่มน้ำไม่วางใจ เตรียมพร้อมรับอุทกภัย
ล่วงเข้าหน้าฝน เพียงแค่ 2 สัปดาห์ที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 50-60 มิลลิเมตร จะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ล่วงเข้าหน้าฝน เพียงแค่ 2 สัปดาห์ที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 50-60 มิลลิเมตร จะยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ก็ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคใต้เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนคลี่คลายไป เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล แต่ด้านภาคเหนือซึ่งฝนตกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ลำน้ำต่างๆ ไม่สามารถระบายได้ทัน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำอย่าง จ.ชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา ก็ได้รับผลกระทบบ้างแล้ว จากการที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำเพื่อรับสถานการณ์น้ำเหนือซึ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดๆ ให้คำตอบได้ว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้จะหนักหนาหรือเบากว่าปีที่ผ่านมา แต่สำหรับคนลุ่มน้ำในพื้นที่น้ำท่วม พวกเขาไม่รีรอที่จะเตรียมตัวรับสถานการณ์
ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ คือ น้ำเอ่อท่วมพื้นที่นาข้าว ธีรพงศ์ เพ็ชรพงษ์ นายก อบต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งท่วมนาข้าวขยายเป็นวงกว้างไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นไร่ ทำให้ชาวนาต้องระดมเครื่องสูบน้ำเกือบ 70 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากทุ่งนา แต่ขาดเงินซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจต้องใช้จ่ายเงินสูงถึง 1 ล้านบาท และปัญหาที่ 2 คือ ประตูระบายน้ำมีขนาดเล็กทำให้ระบายน้ำได้ช้า จำเป็นต้องใช้รถแบ็กโฮมาขุดเปิดทางน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำยม
“ชาวนาพิจิตรประกาศสู้หลังชนฝาอย่างน้อย 20 วัน สำหรับการกู้นาข้าวที่ใกล้ล่ม เพื่อจะเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว จะได้นำเงินไปปลดหนี้ แม้ว่าหน่วยงานภาครัฐจะไม่เหลียวแลก็ตาม เราจึงต้องช่วยตัวเอง” ธีรพงศ์ ระบายความรู้สึกอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
ไม่เพียงแต่การที่ชาวนากำลังระทมทุกข์จากนาข้าวใกล้ล่มจากพิษน้ำท่วมเท่านั้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำยมก็กำลังขวัญผวาน้ำท่วมใหญ่อีกครั้ง ต่างก็พากันดีดบ้านให้สูงขึ้นอีกเท่าตัวเพื่อหนีน้ำ
พเยาว์ ทองขาว ชาวบ้านคลองปลากราย ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก บอกว่า ชาวบ้าน 32 ครอบครัว นอกจากต้องเตรียมตัวรับมือน้ำท่วม ขนสิ่งของมีค่าอพยพไปไว้ที่สูงแล้ว ยังพากันลงทุนจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างมาดีดบ้านสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 4 เมตร หรือบางรายมีทุนน้อยก็ถมที่ให้สูงขึ้น เพราะเชื่อว่าปีนี้คงหนีไม่พ้นท่วมซ้ำอีก
“เมื่อปีที่ผ่านมาน้ำท่วมจนเกือบมิดหลัง เดือดร้อนทั่วหน้า ทำให้ปีนี้ก่อนฤดูน้ำหลากจึงพากันเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะบางระกำเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมทุกปี คนบางระกำต่างคุ้นเคยกับน้ำมาตั้งแต่เด็ก แต่อย่างน้อยก็ขอให้มีที่หลับที่นอนโดยไม่ต้องอพยพหนีน้ำอีก” พเยาว์ กล่าวด้วยความกังวลใจ
นอกจากพื้นที่เกษตรที่ต้องดิ้นรนปกป้อง เพราะหมายถึงรายได้หลัก รวมทั้งบ้านที่อยู่อาศัยแล้ว หากน้ำท่วมปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การคมนาคม เพราะใช่เพียงท่วมแค่ไม่กี่วัน แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านตระหนักแล้วว่าน้ำท่วมนั้นนานนับเดือน ทำให้ต้องคิดทางหนีทีไล่เกี่ยวกับการสัญจรเดินทาง
ที่บ้านปากคลอง อ.สามง่าม จ.พิจิตร คุณยายทองคำ มีแสง ต้องเร่งให้ลูกหลานนำเรือไม้ที่มีอยู่กว่า 3 ลำ ออกมาเพื่อตรวจสอบให้พร้อมใช้การ พร้อมทั้งนำยางมะตอย ชันยาเรือ และน้ำมันสนมาผสมอุดรอยรั่วของเรือ
“ปีนี้น้ำมาเร็ว แต่ก็เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว คงอีกไม่กี่วันนี่แหละ ได้ใช้เรือแน่ๆ ส่วนสิ่งของต่างๆ ก็เก็บไว้ในที่สูงพร้อมรับมือกับน้ำท่วมแล้ว” คุณยายทองคำ วัย 64 ปี กล่าวอย่างมั่นใจ
เช่นเดียวกับ วิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย บอกว่า ชาวภาคกลางกำลังหนาวๆ ร้อนๆ หวั่นว่าปีนี้จะถูกน้ำท่วมหนักกว่าปีที่ผ่านมา เพราะแผนบริหารจัดการน้ำส่วนใหญ่รัฐบาลเน้นหนักไปที่แนวทางป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่ภาคเหนือเรื่อยมาจนถึงภาคกลางตอนบน หรือมาถึงจังหวัดที่อยู่เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นไป
วิเชียร เชื่อว่า จ.พระนครศรีอยุธยา จะต้องมีสภาพอ่วมอรทัยแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่กระจายน้ำไปที่สองฝั่งแม่น้ำทั้งภาคเหนือและภาคกลางตอนบน รวมถึงไม่กระจายน้ำไปลุ่มน้ำท่าจีน หรือลุ่มน้ำสุพรรณบุรี โดยยังยึดหลักแนวทางใช้แม่น้ำเจ้าพระยาระบายน้ำลงทะเลแบบนี้
“พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็จะมีสภาพเป็นบึงน้ำทั้งจังหวัด เพราะน้ำเหนือจะไหลตรงดิ่งมา แต่คงจะไม่สามารถไหลไปที่กรุงเทพมหานครได้ เพราะต้องมีการปิดกั้นเต็มที่ อีกทั้งช่วงนั้นน้ำทะเลจะหนุน ซึ่งก็เป็นแบบนี้ประจำ และพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็รับไปเต็มๆ” วิเชียร กล่าวตอกย้ำ
ในฐานะสายน้ำหลัก คงไม่มีทางที่น้ำเหนือจะไหลลงลำน้ำใดมากเท่ากับเจ้าพระยา แต่สำหรับคนในลุ่มน้ำสายรอง ศราวุธ ปทุมสูตร ชาว อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กลับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดผักตบชวา และสิ่งกีดขวางต่างๆ ในลำน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ
“รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการกำจัดผักตบชวาในคลองให้สิ้นซาก เช่นที่คลองรางเพนียด ต.หัวโพธิ์ อ.สองพี่น้อง ผักตบขึ้นแน่นเต็มคลองระยะทางยาวหลายกิโลเมตรมานานแรมปี แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้าดำเนินการอย่างจริงจัง ส่งผลให้ยิ่งนานวันผักตบชวายิ่งแน่นจนน้ำไม่สามารถไหล เพราะหากไม่มีสิ่งกีดขวางน้ำก็จะไหลสะดวก ชาวบ้านก็ไม่ต้องถูกน้ำท่วม” ศราวุธ กล่าว
น้ำเหนือมาแล้ว พร้อมกับข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องไปตลอดทั้งเดือน ไม่รวมพายุที่อาจเข้ามาในช่วงนี้อีก 2-3 ลูก คนลุ่มน้ำที่ต้องเผชิญอุทกภัยมาตลอดทุกปี แม้จะเตรียมตัวพร้อมแล้ว แต่พวกเขาก็ล้วนแต่ภาวนาอย่าให้หนักหนาจนเกินกว่าจะรับมือ เพราะมหาอุทกภัยปีที่ผ่านมานั้น สาหัสเกินกว่าทุกครั้งที่พวกเขาเผชิญกันมา
การช่วยเหลืออื่นใดนอกเหนือไปจากสิ่งที่พวกเขาเตรียมรับมือนี้ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้คิดและเตรียมไว้แล้วหรือยัง เป็นคำถามที่ชาวบ้านในทุกพื้นที่ฝากถามมา







