
เพิ่มเงินสายสีแดง5พันล.
บอร์ดรฟท.เพิ่มจาก7.5หมื่นล.สั่งพัฒนามักกะสันคอมเพล็กซ์
บอร์ดรฟท.เพิ่มจาก7.5หมื่นล.สั่งพัฒนามักกะสันคอมเพล็กซ์
บอร์ด ร.ฟ.ท.ไฟเขียว เพิ่มกรอบวงเงินรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิตอีกกว่า 5,000 ล้านบาท มักกะสันคอมเพล็กซ์ โซนเอ นำร่อง
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. มีมติอนุมัติปรับเพิ่มกรอบวงเงินโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต อีกกว่า 5,000 ล้านบาท หรือไม่เกิน 10% ของวงเงินค่าก่อสร้างเดิมที่ 75,548 ล้านบาท พร้อมอนุมัติ
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ปรับเพิ่มวงเงิน แบ่งเป็นสัญญาที่ 1 หรืองานก่อสร้างงานโยธา สถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง เป็นเงินประมาณ 29,828 ล้านบาท สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟ เป็นเงินประมาณ 21,235 ล้านบาท และสัญญาที่ 3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลรวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้า ช่วงตลิ่งชันบางซื่อรังสิต เป็นเงินประมาณ 27,422 ล้านบาท
การปรับกรอบวงเงินดังกล่าว จะช่วยแก้ปัญหาการประกวดราคาที่ล่าช้า เนื่องจากการเปิดซองราคาสัญญาที่ 1 พบว่ากลุ่มกิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้เสนอราคาต่ำสุดเสนอราคาที่ต่อรองแล้วเหลือ 31,170 ล้านบาท ขณะที่กรอบวงเงินของ ร.ฟ.ท. อยู่ที่ 27,344 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้ โดยเมื่อปรับเพิ่มกรอบวงเงิน ก็อาจสามารถต่อรองกับผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้วงเงินอยู่ภายใต้กรอบวงเงินที่เพิ่มขึ้นได้
นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ยังได้อนุมัติให้ ร.ฟ.ท.เร่งดำเนินการพัฒนาโครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ โซนเอ ซึ่งเป็นโซนแรกก่อน โดยจะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ทั้งนี้ จากการประเมินรูปแบบการลงทุน มี 3 แนวทาง เช่น ให้สิทธิสัมปทานพื้นที่ทั้งหมดให้ผู้ลงทุนเช่าระยะยาว 34 ปี อาจไม่สอดคล้อง 2.ตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาที่ดิน โดย ร.ฟ.ท.ถือหุ้นทั้งหมด และ ร.ฟ.ท.จะโอนสิทธิการเช่าทั้งหมดให้บริษัทลูก ซึ่งทำหน้าที่ดูแลประโยชน์และวางแผนพัฒนา และ 3.ตั้งบริษัทพัฒนาที่ดิน หรือหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลซึ่งจะทำหน้าที่วางแผนแม่บทและคัดเลือกผู้ลงทุน มีข้อดี ร.ฟ.ท.ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าวิธีการให้เช่าพื้นที่







