posttoday
เศรษฐกิจกับการเมือง 2 ฝั่งแอตแลนติก

เศรษฐกิจกับการเมือง 2 ฝั่งแอตแลนติก

14 มิถุนายน 2555

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

ปัญหาของยุโรป นอกจากจะมีผลกระทบต่อการเมืองภายในยุโรปเองแล้ว ยังส่งแรงกระเพื่อมข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

ปัญหาของยุโรปเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก เพราะประเทศสมาชิกยูโรโซนมีความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันไม่เท่ากัน ยิ่งเป็นปัญหาที่มีพื้นฐานมาจากความหย่อนยานของวินัยการคลังด้วยแล้ว การแก้ไขก็ยากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะเมื่อเกิดปัญหา แทนที่รัฐจะอัดฉีดกลับต้องรัดเข็มขัด ทำให้เศรษฐกิจยิ่งถดถอยและอัตราการว่างงานยิ่งสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่พรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลจะสูญเสียคะแนนนิยมและแพ้เลือกตั้ง ดังที่ได้เกิดขึ้นในกรีซกับฝรั่งเศส

แต่สำหรับสหรัฐ การที่การเมืองภายในต้องโดนผลกระทบจากยุโรปด้วย ส่วนหนึ่งเป็นความบังเอิญ กล่าวคือปีนี้เป็นปีเลือกตั้งประธานาธิบดีพอดี และปัจจัยหลักในการตัดสินว่าใครจะแพ้หรือชนะ มักจะหนีไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นนักกฎหมายและเป็นนักพูด มีภาพลักษณ์ส่วนตัวที่ดี แต่ไม่มีภาพของความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่ชิงเป็น มิตต์ รอมนีย์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างสูง จุดอ่อนด้านเศรษฐกิจของโอบามาก็ดูเด่นชัดยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากดูจากสภาพเศรษฐกิจสหรัฐโดยลำพัง โอบามาไม่ได้อยู่ในฐานะเสียเปรียบ เพราะเศรษฐกิจโดยรวมได้ฟื้นจากวิกฤตซับไพรม์และวิกฤตสถาบันการเงินมากแล้ว เหลือเพียงปัญหาการว่างงาน ซึ่งยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกระยะหนึ่งกับปัญหาขาดดุลงบประมาณ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่

ประเด็นที่โอบามาเป็นกังวลมากที่สุด คือปัญหาของยุโรป ซึ่งหากนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เศรษฐกิจสหรัฐก็จะโดนผลกระทบไปด้วย และหากอัตราการว่างงานกลับขยับสูงขึ้น การหาเสียงโจมตีของฝ่ายรอมนีย์ ที่เน้นความอ่อนด้อยด้านเศรษฐกิจของโอบามา ก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น

ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลโอบามาได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยทำให้ปัญหาในยุโรปสงบลง หน้าฉากเราจะเห็น รมว.คลัง ทิโมธี ไกธ์เนอร์ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการแก้ปัญหาของยุโรป รวมทั้งบางครั้งออกมาให้คำแนะนำผ่านสื่อ แต่สิ่งที่ไกธ์เนอร์ทำ นอกจากผู้นำในยุโรปจะไม่คล้อยตามแล้ว ส่วนใหญ่ยังรู้สึกต่อต้าน มองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของยุโรป หลายคนเห็นว่าไกธ์เนอร์มีความรอบรู้เกี่ยวกับยุโรปจำกัด ตลอดจนยังอ่อนด้อยทั้งอาวุโสและประสบการณ์ เมื่อเปรียบกับระดับบิ๊กๆ ในยุโรป

ด้านนโยบายการเงินในช่วงหลังดูจะมีความสอดคล้องกันมากกว่า กล่าวคือ หลังจากอีซีบีได้ผู้ว่าการคนใหม่เป็นชาวอิตาเลียนเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็ได้ปรับนโยบายการเงินของยุโรปเป็นแนวเดียวกับของสหรัฐ คือ ทั้งลดดอกเบี้ยและอัดฉีดเชิงปริมาณ จนปัญหาของยุโรปสงบลงตลอดช่วงต้นปี เพิ่งมาระเบิดอีกครั้งเมื่อฝ่ายรัฐบาลแพ้เลือกตั้งในกรีซและฝรั่งเศส

โอบามาเห็นอนาคตของตนเองผูกพันกับปัญหาของยุโรปอย่างชัดเจนจึงกระโดดลงมาเล่นเองด้วย โดยได้ต่อสายคุยกับผู้นำชาติต่างๆ ในยุโรปมาแล้วหลายสิบครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ครั้งสุดท้ายไม่เกินสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

สิ่งที่โอบามาพยายามเป็นพิเศษ คือ กดดันให้เยอรมนียอมควักกระเป๋ามากขึ้น และควักออกมาเร็วขึ้น ตลอดจนให้ตั้งเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านน้อยลง

ช่วงแรกที่เกิดปัญหาในกรีซ แมร์เกิลกับคณะมีท่าทีค่อนข้างแข็งกร้าว โดยการกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดกับรัฐบาลกรีซ ซึ่งรวมทั้งการลดเงินเดือนข้าราชการเฉลี่ยกว่า 20% และต้องเข้าโครงการของไอเอ็มเอฟ หากกรีซไม่ยอมหรือทำไม่ได้ ก็พร้อมที่จะเห็นกรีซถูกขับออกจากยูโรโซน

มาในระยะหลัง อาจเป็นเพราะขาดคู่หู คือ นิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส หรือเป็นเพราะแรงกดดันจากโอบามาด้วย ทำให้ท่าทีของแมร์เกิลอ่อนลง แต่ถึงอย่างไรก็ยังยืนกรานไม่ยอมค้ำประกันหนี้ หรือออกพันธบัตรรัฐบาลร่วมกันภายในยูโรโซน

แมร์เกิลอ่านโอบามาทะลุปรุโปร่งว่าทำไปเพื่อเพิ่มโอกาสของตัวเองในการเลือกตั้ง แต่ตัวแมร์เกิลก็ต้องคิดถึงอนาคตของตนเองเช่นกัน เพราะเพิ่งแพ้เลือกตั้งระดับท้องถิ่นมา และปีหน้าต้องเจอศึกเลือกตั้งใหญ่

แมร์เกิลเชื่อว่าตนเองเข้าใจปัญหาดีกว่าโอบามา และที่ผ่านมาเดินมาถูกทางแล้ว ทำให้เศรษฐกิจ เยอรมนีปัจจุบันค่อนข้างแข็งแกร่ง อัตราการว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี เพียงแต่ชาวเยอรมันเหนื่อยหน่ายกับการต้องให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่ขยันน้อยกว่า และมีวินัยต่ำกว่า

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสเปนก็ได้รับความช่วยเหลือประมาณ 1 แสนล้านยูโร โดยรัฐบาลไม่ต้องเสียหน้าเป็นผู้ขอกู้ ไม่โดนมาตรการรัดเข็มขัด และไม่ต้องเข้าโรงเรียนไอเอ็มเอฟ แต่เป็นการเลี่ยงไปอัดฉีดให้กับภาคธนาคารโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าอิทธิพลของโอบามาคงมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

ผลที่ตามมาในทันทีคือ เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ ราคาหุ้นทั่วเอเชียทะยานสูงขึ้น รวมทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของเราที่วันเดียวปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30 จุด

ผมไม่ทราบว่า ถึงวันนี้บรรยากาศจะยังสดใสเหมือนเดิมหรือไม่ แต่สิ่งที่อยากเตือนนักลงทุน คือ ปัญหาที่แท้จริงของยุโรปยังไม่ได้รับการแก้ไข การช่วยสเปนรอบนี้ยังเป็นเพียงการให้ยาระงับปวด ไม่ใช่การผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกอย่างถาวร

บอกได้ล่วงหน้าว่า อีกไม่นานเกินรอ ความเจ็บปวดและอาการที่แท้จริงของโรคก็จะกลับมาเยือนอีก

หันกลับมาดูบ้านเรา ไม่ใช่เฉพาะผมเท่านั้นที่รู้สึก แม้แต่ธนาคารโลกก็เป็นห่วงแทนเราว่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายและการลงทุนในภาครัฐมากจนเกินไป ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับวินัยการคลัง

เราควรจะเรียนรู้จากยุโรปว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากความหย่อนยานของวินัยการคลัง เมื่อหมักหมมจนถึงจุดระเบิด จะเป็นปัญหาที่แก้ไขยากและหนีไม่พ้นความเจ็บปวดในวงกว้าง

รัฐบาลควรมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานในภาคเอกชน จะเกิดผลดีมากกว่าและยั่งยืนกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท