
ภาษีนำเข้าสิ่งทอสหรัฐ
เกร็ก รัชส์ฟอร์ด เขียนบทความแสดงความคิดเห็นต่อการเดินทางเยือนสหรัฐของประธานาธิบดี เบนิโญ อาคิโน ที่ 3 แห่งฟิลิปปินส์ ในสัปดาห์ก่อน บนหน้าเว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล โดยระบุว่า แม้การเดินทางเยือนสหรัฐของประธานาธิบดี เบนิโญ อาคิโน ในสัปดาห์ก่อนจะประสบความล้มเหลวในการเร่งเร้าให้รัฐบาลสหรัฐออกกฎหมายยกเลิกภาษีสิ่งทอ ซึ่งมีชื่อว่า “เซฟแอค” ลง
เกร็ก รัชส์ฟอร์ด เขียนบทความแสดงความคิดเห็นต่อการเดินทางเยือนสหรัฐของประธานาธิบดี เบนิโญ อาคิโน ที่ 3 แห่งฟิลิปปินส์ ในสัปดาห์ก่อน บนหน้าเว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล โดยระบุว่า แม้การเดินทางเยือนสหรัฐของประธานาธิบดี เบนิโญ อาคิโน ในสัปดาห์ก่อนจะประสบความล้มเหลวในการเร่งเร้าให้รัฐบาลสหรัฐออกกฎหมายยกเลิกภาษีสิ่งทอ ซึ่งมีชื่อว่า “เซฟแอค” ลง
ทว่ากลับเป็นข่าวดีสำหรับประเด็นด้านการค้าเสรี เพราะกฎหมายดังกล่าวจะไม่สร้างประโยชน์ให้กับฝ่ายใด นอกจากทำให้ผู้ผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอรายใหญ่ในฟิลิปปินส์เพียงไม่กี่รายเป็นผู้ได้ประโยชน์ ขณะที่ผู้ผลิตสิ่งทอที่มีประสิทธิภาพอื่นๆ ในเอเชียกลับต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันฟิลิปปินส์ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกอีกแล้ว โดยเฉพาะในด้านต้นทุนที่ประเทศอื่นๆ ทำได้ต่ำกว่า นอกจากนั้นความสำเร็จในอดีตของฟิลิปปินส์ก็เกิดจากการพึ่งพิงสัดส่วนโควตาการนำเข้าไปสู่ตลาดในสหรัฐ ที่ทางการสหรัฐมอบให้เท่านั้น
เห็นได้จากภายหลังจากที่สหรัฐยกเลิกโควตาดังกล่าวไปในปี 2005 ฟิลิปปินส์ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเผชิญกับการแข่งขันจากตลาดภายนอกมากและเห็นได้ชัดคือจำนวนแรงงานในภาคสิ่งทอที่ลดลงอย่างรวดเร็วจาก 7 แสนคน เมื่อ 10 ปีก่อน ลงมาเหลือเพียงแค่ 1.5 แสนคนในปัจจุบัน ฉะนั้นฟิลิปปินส์จึงต้องการให้สหรัฐออกกฎหมายเซฟแอค
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงฟิลิปปินส์เท่านั้นที่พยายามเรียกร้องให้มีกฎหมายด้านภาษีเพื่อช่วยอุตสาหกรรมสิ่งทอจากสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศในเอเชียอย่าง บังกลาเทศ และกัมพูชา ที่พยายามร้องขอให้มีการออกกฎหมายดังกล่าวเช่นกัน
ฉะนั้น สิ่งที่สหรัฐควรจะทำคือการลดภาษีนำเข้าลงให้กับทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพการแข่งขัน ในเชิงศักยภาพ และเชิงคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการบิดเบือนกลไกตลาดอีกด้วย







