
ค่าครองชีพกทม.พุ่ง7อันดับสูงขึ้นติดที่81ของโลก
กูรูด้านเอชอาร์โลกชี้ ค่าครองชีพเมืองหลวงไทยขยับขึ้นจากปีที่แล้ว 7 อันดับ ติดที่ 81 ของโลก จากทั้งหมด 214 เมือง
กูรูด้านเอชอาร์โลกชี้ ค่าครองชีพเมืองหลวงไทยขยับขึ้นจากปีที่แล้ว 7 อันดับ ติดที่ 81 ของโลก จากทั้งหมด 214 เมือง
เมอร์เซอร์ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชื่อดังของโลก เปิดเผยรายงานผลการจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติทั่วโลกประจำปี 2555 ปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร ขยับขึ้นจากเดิมที่สำรวจไว้เมื่อปีที่แล้วถึง 7 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 81 จาก 214 เมืองทั้งหมดทั่วโลกที่ได้ทำการสำรวจ
ส่วนเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดของโลก คือ กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ซึ่งปีที่แล้วถูกจัดไว้อยู่ในอันดับที่ 2 ส่วนเมืองลวนดา ของแองโกลา ที่ได้อันดับที่ 1 เมื่อปีที่แล้ว ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับปีนี้แทน
ในขณะที่เมืองที่ได้อันดับรองลงมาและน่าสนใจ ได้แก่ 3 โอซากา 4 มอสโก 6 สิงคโปร์ 9 ฮ่องกง 17 ปักกิ่ง 25 ลอนดอน 33 นิวยอร์ก 35 ย่างกุ้ง 37 ปารีส 61 จาการ์ตา และ 102 กัวลาลัมเปอร์ ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพสำหรับชาวต่างชาติต่ำที่สุด คือ กรุงการาจี ของปากีสถาน
การจัดอันดับดังกล่าวของเมอร์เซอร์ ใช้เกณฑ์วัดโดยเปรียบเทียบจากราคาสินค้ากว่า 200 รายการในทุกๆ พื้นที่ที่ทำการสำรวจ อาทิ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน และความบันเทิง เป็นต้น
เมอร์เซอร์ ให้เหตุผลถึงการเลือกสินค้ากลุ่มดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเกณฑ์วัดและจัดอันดับว่า เป็นเพราะสินค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติซึ่งไปอาศัยอยู่ในเมืองต่างๆ หาซื้อและใช้บริการมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนค่าครองชีพสำหรับชาวต่างชาติได้ดีที่สุด
นอกจากนี้ การเปรียบเทียบราคาสินค้าทั้งหมดผู้จัดทำได้เลือกเมืองนิวยอร์กเป็นเกณฑ์มาตรฐานกลางเพื่อใช้เปรียบเทียบ
พร้อมกับเลือกค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐเป็นเกณฑ์หลักในการวัดความเคลื่อนไหวของค่าเงินที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ
นาตาลี คอนสแตนตินเมทรอล ประธานของเมอร์เซอร์ และเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำผลการจัดอันดับทุกปี ระบุว่า การมอบหมายให้พนักงานไปทำงานในต่างประเทศถือเป็นสิ่งที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในด้านการวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของบริษัทที่ทำธุรกิจและกำลังขยายกิจการไปต่างประเทศ
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายและการดำรงชีวิตในต่างประเทศจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดค่าตอบแทนของพนักงาน







