
ป.ตรีล้นตลาด
สมัครงานมีคู่แข่ง24เท่าโอกาสถูกเลือกแค่26%ปวส.ปวช.ยังดี/ป.โทพอลุ้น
สมัครงานมีคู่แข่ง24เท่าโอกาสถูกเลือกแค่26%ปวส.ปวช.ยังดี/ป.โทพอลุ้น
คนจบปริญญาตรีหนาว สำรวจพบล้นงานถึง 2 เท่า มีโอกาสได้งานแค่ 26%
สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยรายงานสถานการณ์และการเตือนภัยด้านแรงงานภายในสิ้นสุดไตรมาสแรก ปี 2555 โดยระบุถึงโอกาสการมีงานทำในตลาดแรงงานไทยของกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับต่างๆ ว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทขึ้นไปยังอยู่ในระดับต่ำ เพราะมีคนจบมาจำนวนมาก จึงมีผู้สมัครงานมากกว่าตำแหน่งงานถึง 2-4 เท่าตัว
ขณะที่กลุ่มผู้จบการศึกษาระดับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และอนุปริญญา มีโอกาสได้งานทำตรงกับระดับการศึกษามากที่สุด เนื่องจากมีจำนวนผู้สมัครงานน้อยกว่าตำแหน่งงานว่าง
รายงานดังกล่าวระบุว่า อัตราผู้สมัครงานต่อตำแหน่งงานของผู้จบปริญญาตรีอยู่ที่ 197.78% หรือมีตำแหน่งงาน 100 อัตรา มีผู้สมัครงาน 197.78 คน แต่มีโอกาสจะได้งานเพียง 26% เพราะนายจ้างมีทางเลือกคัดคนเข้าทำงานมาก
สำหรับระดับปริญญาโทขึ้นไป มีอัตราผู้สมัครงานต่อตำแหน่งงานอยู่ที่ 380.9% โดยมีโอกาสได้งานทำอยู่ที่ 62%
ขณะที่อัตราการสมัครงานต่อตำแหน่งงานว่างของ ปวช.อยู่ที่ 62.33% หรือมีตำแหน่งงาน 100 อัตรา มีผู้สมัครงาน 62.33 คน แต่มีโอกาสได้งาน 55.24%
วุฒิ ปวส.มีอัตราการสมัครงานต่อตำแหน่งงานอยู่ที่ 81.67% มีโอกาสได้งาน 68.08% ระดับอนุปริญญามีอัตราการสมัครงานต่อตำแหน่งงาน 7.42% มีโอกาสได้รับการบรรจุ 56.43%
รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า หากพิจารณาระดับอัตราการว่างงานตามระดับการศึกษา พบว่าระดับการศึกษาที่มีการว่างงานสูงสุดคืออุดมศึกษา มี 34.36%ของผู้ว่างงานทั้งหมด
รองลงไปคือ มัธยมศึกษาตอนต้น 26.52% มัธยมศึกษาตอนปลาย 18.72% ประถมศึกษา 12.1% ระดับต่ำกว่าประถมศึกษา 5.21% ส่วนกลุ่มที่ไม่มีการศึกษาและอื่นๆมีสัดส่วนการว่างงานอยู่ที่ 3.08%
สำนักเศรษฐกิจการแรงงานยังวิเคราะห์การเตือนภัยด้านแรงงานล่าสุดถึงแนวโน้มการจ้างงานในภาพรวมของตลาดแรงงานอีก 12 เดือนข้างหน้า คือตั้งแต่เดือน เม.ย. 2555-มี.ค. 2556 ด้วยว่า ยังอยู่ในภาวะปกติ แต่มีโอกาสจะเกิดวิกฤตการเลิกจ้างปลายไตรมาส 2 อยู่ที่ 24.73% ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทด้วย
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์คาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าวอุตสาหกรรมต่างๆ จะเผชิญปัญหาเรื่องการเลิกจ้างดังนี้ 1.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน 1.11% 2.อุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน มีโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน 0%
3.อุตสาหกรรมการก่อสร้างมีโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน 3.84% 4.อุตสาหกรรมการขนส่งมีโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน 6.85% และ 5.อุตสาหกรรมสื่อกลางทางการเงิน มีโอกาสเกิดวิกฤตการจ้างงาน 10.28%







