
ถามตัวเองดูก่อน
...จำลอง บุญสอง
การ
“ปั่นกระแส” สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ในอันที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองเพื่อ “ป้าย” สีแห่งความเลวร้ายให้กับฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ยอมเปิด “ฝากา” ให้คู่ต่อสู้ “ระบาย” “ความคับแค้น” ออกมา ย่อมจะนำมาซึ่งการใช้ “ความรุนแรง” ต่อผู้กระทำเสมอ นี่เป็นสัจธรรมดูพวกเจตนาดีแต่ไร้เดียงสาทางการเมืองเช่นกลุ่ม
“ประชาชนไม่เอาความรุนแรง” นำโดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า สมาคมนักข่าวฯ กลุ่มประชาชนผู้ไม่เอาสงครามกลางเมืองที่นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. และมวลชนที่จะรวมตัวกันแสดงออกว่าไม่ต้องการความรุนแรงด้วยการใส่เสื้อขาวบ้าง บีบแตรบ้าง ฯลฯ แล้วก็นึกสมเพช ต่อให้พวกนี้แต่งขาวเสียยิ่งกว่าขาว เดินแหกปากร้องหาสันติไปตามถนนคนละร้อยล้านๆ ครั้ง คงไม่มีทางยุติปัญหาได้ ก็เหตุแห่งปัญหาที่นำมาซึ่งความขัดแย้งนี้คืออะไร? พวกเขายังไม่เข้าใจ แล้วจะใช้ “รูปแบบ” มาแก้ปัญหาแบบปลายเหตุกันได้อย่างไร?เรียนต่อมวลชนฝ่ายแดงว่า เจตนารมณ์ของพวกท่านทั้งหลายต้องการความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านในเมืองอย่างเสมอภาคใช่ไหม? ข้อเรียกร้องที่ให้รัฐบาล
“ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่” สามารถตอบสนองความต้องการของพวกท่านได้จริงหรือเป็นข้อเรียกร้องเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของ “บุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ที่เข้ามาบริหาร “ระบอบเผด็จการ” อันเลวร้าย ระบอบที่ทำ Double Standard ต่อกรรมกรคนยากคนจนไม่ใช่หรือ?โดยหลักวิชาแล้ว
“ความยุติธรรม” จะเกิดขึ้นอย่างเสมอภาคได้ ก็ต่อเมื่อการปกครองของชาติเป็นประชาธิปไตยของประชาชนเท่านั้น การมีรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง โดยไม่เปลี่ยนแปลงอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนก่อนนั้นเป็นประชาธิปไตยปลอม เป็นประชาธิปไตยของนายทุนและชนชั้นสูงเท่านั้น หาเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไม่?ประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร ประชาธิปไตยที่แท้จริงในทางวิชาการก็คือ
“ดุลยภาพ” แห่ง “อำนาจอธิปไตย” ระหว่าง “คู่ขัดแย้งทางการผลิต” ของยุคทุนนิยม คือนายทุนกับกรรมกร รัฐธรรมนูญเป็นเพียงกฎหมายแม่บทในการออกกฎหมายลูกอื่นๆ เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้แค่นั้น ส่วนการเลือกตั้งก็เป็นเพียงแค่ “วิธีการ” เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้บริหารระบอบซึ่งมีความสำคัญเป็นรองจากอำนาจอธิปไตยปวงชน อย่าไปหลงกลพวกนักการเมืองผู้ฉ้อฉลที่หลอกเราเสมอมาว่าเลือกตั้งคือประชาธิปไตย ไม่เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย การเลือกตั้งเป็น “หลักหนึ่งของประชาธิปไตย” ก็จริง แต่ต้องกระทำหลังจากการมีระบอบประชาธิปไตยหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนแล้วเท่านั้นความร่ำรวยของผู้ปกครอง ในท่ามกลางความทุกข์ยากของราษฎร ชนิด
“คนทำไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ทำ” ตลอด 77 ปีที่ผ่านมายังจะทำให้ท่านทั้งหลายไว้ใจให้ “คนส่วนน้อย” เหล่านั้นเข้ามาถือครองอำนาจอธิปไตยกันต่อไปอีกหรือ? ทำไมไม่เอาตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ (Interest Group) และผู้แทนเขต เข้าไปทำหน้าที่แทนบรรดานักการเมืองนายทุนเหล่านั้นเป็นการชั่วคราวเพื่อช่วยกันเปลี่ยนผ่านการปกครองของชาติให้ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยภายใต้ผู้รู้วิชาที่แท้จริงกันก่อนเล่า?ทางออกประเทศในภาวะวิกฤตการเมือง ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่นี้บางคนบอกว่าคนไทยจะแพ้ ผมเรียนว่า การที่คนจนไม่ต่อสู้กับการกดขี่ขูดรีดของคนรวยที่ผูกขาดต่างหากที่จะทำให้คนไทยโดยรวมทั้งชาติแพ้ ปัญหาชาติไม่ใช่เรื่อง
“วิธีการ” ในการต่อสู้ว่าจะใช้วิธีใด แต่ปัญหาชาติอยู่ที่ว่าคนไทยจะเอาหลักการผิด (เผด็จการ) ที่ครอบงำชาติออกไปอย่างไร และจะเอาหลักการถูก (ประชาธิปไตย) มาสถาปนาแทนได้อย่างไรต่างหากผมทำนายเหตุการณ์ข้างหน้าไว้ได้เลยว่า ถึงจะชนะศึกสักกี่ยก ยังไงๆ รัฐบาลก็เอาแดงไม่อยู่ทั้งๆ ที่ข้อเรียกร้องของแดงเป็นข้อเรียกร้องแบบปฏิกิริยาล้าหลัง คือแค่ให้มีการยุบสภา เลือกตั้ง ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการเดิมๆ เท่านั้น
ท่านทั้งหลายครับ ปัญหาชาติคือปัญหาหลักการ หลักการของการปกครองแบบเผด็จการ ไม่ใช่เรื่องปัญหา
“คนดี” หรือ “คนไม่ดี” ตามที่ท่านอ้างเอามาเป็นเหตุเพื่อการฆ่ากันอยู่ในขณะนี้ วิธีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ “ยุติ” อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยเป็นการชั่วคราว ตั้ง “รัฐบาลเฉพาะกาล” เพื่อการเปลี่ยนผ่านการปกครองจากระบอบเผด็จการที่เป็นอยู่นี้ให้เป็นของปวงชนเสีย ปัญหาต่างๆ ก็จะลุล่วง ประเทศก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืนแบบอารยประเทศเรียนท่านทูตอังกฤษและรัฐบาลอเมริกันว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้นั้น เป็นกิจการภายในของคนไทยครับ!







