
ปมตะวันออกกลาง
หลังจากที่กระบวนการสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ต้องหยุดชะงักลงพักใหญ่ ล่าสุดรองประธานาธิบดี โจเซฟ ไบเดน แห่งสหรัฐ ได้เดินทางไปยังอิสราเอลเพื่อฟื้นฟูกระบวนการเจรจาสันติภาพขึ้นอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าการเดินทางเยือนอิสราเอลครั้งนี้กลับสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับรองประธานาธิบดีสหรัฐอย่างมาก หลังจากที่ทราบว่า รัฐบาลอิสราเอลมีแผนการที่จะก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ถึง 1,600 หน่วย ในย่านชาวยิวของนครเยรูซาเล็ม ซึ่งยังเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาระหว่างชาวยิวและชาวปาเลสไตน์
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ความไม่พอใจของนายไบเดนมีความรุนแรงถึงขั้นใช้ภาษาที่อาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยการกล่าวว่า
“ผมขอประณามการตัดสินใจในครั้งนี้” ทว่ารัฐบาลสหรัฐมีเหตุผลที่ต้องแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากรองประธานาธิบดีสหรัฐถึงกับเดินทางไปยังอิสราเอลด้วยตัวเอง อีกทั้งก่อนหน้านี้นายไบเดนยังลั่นวาจาไว้ว่าสหรัฐ “ยังคงเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ในประเด็นด้านความมั่นคงของอิสราเอล”สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล จะไม่ทราบการประกาศแผนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของชาวยิวในพื้นที่ที่มีปัญหาดังกล่าว แต่การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกลับไม่ปฏิเสธแผนการ เท่ากับเป็นการตบหน้าสหรัฐอย่างเห็นได้ชัด
ไม่เพียงแต่ท่าทีแข็งกร้าวของฝ่ายอิสราเอลเท่านั้น แต่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายปาเลสไตน์ยังคงสับสน จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ จะเข้าร่วมการเจรจาในระดับใด นอกจากนี้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ยังไม่อาจชักชวนให้ผู้นำชาติอาหรับยอมคล้อยตามข้อเสนอที่จะให้เปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอล เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่อิสราเอลระงับการลุกล้ำพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์
รัฐบาลโอบามามีโอกาสแก้ปัญหาค้างคาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากนัก และโอกาสต่อไปจะต้องทำให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์กว่านี้







