
แบงก์ต้องแบกรับภาระเอง
ภายหลังการหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเสร็จสิ้น ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องร่วมกันว่าพร้อม
ภายหลังการหารือร่วมระหว่างรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเสร็จสิ้น ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องร่วมกันว่าพร้อม
ให้ความช่วยเหลือแก่ภาคธนาคารสเปนโดยตรงที่ 1 แสนล้านยูโร ในขณะที่รัฐบาลสเปนก็ออกมาเปิดใจรับความช่วยเหลือเป็นหนแรก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นกับสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจของสเปนในปัจจุบันจะยังไม่แน่นอนได้ว่าจะเป็นต้นเหตุให้นำไปสู่วิกฤตครั้งร้ายแรงที่สุดของยูโรโซน หรือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอย่างมหาศาล
แต่เชื่อมั่นว่า แผนการอัดฉีดเงินช่วยเหลือแก่ภาคธนาคารสเปนของยูโรโซนจะเป็นก้าวย่างแห่งการแก้ไขปัญหาที่ถาวรและไม่ไปเพิ่มความผิดพลาดในอดีตให้ขยายตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่น่ายินดีอีกว่าข้อตกลงการเพิ่มอำนาจให้แก่กองทุนรักษาเสถียรภาพถาวรยุโรป (อีเอสเอ็ม) เมื่อปีที่แล้ว และจะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ก.ค.นี้ จะทำให้สเปนสามารถเข้ากู้เพื่อนำไปปล่อยให้แก่กองทุนช่วยเหลือภาคธนาคารในประเทศได้โดยตรง ซึ่งจะทำให้ความช่วยเหลือถูกจำกัดวงอยู่แต่เฉพาะภาคธนาคาร โดยไม่ต้องดึงให้เศรษฐกิจทั้งประเทศต้องเข้าไปเกี่ยวพันด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือกลไกหลักของยุโรปที่ไม่มีประสิทธิภาพและยังไม่ถูกแก้ไข โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกันระหว่างหนี้ภาคสาธารณะและภาคธนาคารที่อ่อนแอเหมือนดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้กับรัฐบาลสเปนที่ต้องขนเงินภาษีประชาชนเข้าไปช่วยโอบอุ้มภาคธนาคารที่อ่อนแอ จนทำให้ภาคการคลังต้องเป็นฝ่ายแบกรับภาระแทน ซึ่งหากว่าภาคธนาคารสเปนมีปัญหาย่ำแย่กว่าที่คาด ก็จะยิ่งทำให้ภาคการคลังสเปนต้องดำดิ่งลงไปด้วย เสมือนหนึ่งกับการเอาเชือกมารัดคอตนเอง และเหตุการณ์นี้ไอร์แลนด์เคยประสบมาแล้ว
ฉะนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องทำต่อจากนี้ไปคือการออกกฎการแก้ไขปัญหาให้กับภาคธนาคารขึ้น โดยจำกัดการนำเงินภาษีประชาชนเข้าไปช่วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็คือการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารด้วยการให้ผู้ถือหุ้นยอมปรับลดมูลค่าหุ้นที่ตนเองถือไว้ และแปลงหนี้ที่ไร้หลักประกันให้เป็นทุนในยามที่ธนาคารไม่สามารถระดมเงินทุนได้้







