
สานต่อแสงดาวแห่งศรัทธากับ 4 เรื่องที่หมอสงวนฝัน แต่ยังไม่เห็น
...นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี
ละคร หมอหงวน...แสงดาวแห่งศรัทธา ที่กำลังเผยแพร่ทางช่องทีวีไทยในเวลานี้ ได้สะท้อนถึงปณิธานของคนเล็กๆ คนหนึ่ง ที่มีอุดมการณ์ มุ่งมั่น อุทิศชีวิต สร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้กับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ต้องล้มละลายเมื่อยามเจ็บป่วย หากคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ยังมีชีวิตอยู่ วันที่ 18 มี.ค. 2553 คุณหมอสงวนจะมีอายุได้ 58 ปีบริบูรณ์ แต่วันนี้คุณหมอสงวนจากไป ฝากไว้แต่ผลงานและความทรงจำของพี่น้อง ผองเพื่อน ให้ระลึก จดจำ และเป็นอนุสติต่อชีวิตของคนรุ่นหลังว่า
“ชีวิตของคนเล็กๆ คนหนึ่งที่มุ่งมั่นและอดทนนั้น จะสามารถสร้างคุณูปการให้กับสังคมได้ยิ่งใหญ่เพียงใด”สำหรับคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับคุณหมอสงวนคงมีคำถามว่า อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ ที่นอกเหนือจากความมุ่งมั่นของคุณหมอสงวน นพ.ประเวศ วะสี ได้เขียนถึงคุณหมอสงวนว่า
“เป็นคนที่มีอุดมการณ์ที่มั่นคง เพื่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะคนยากคนจน และความเป็นธรรม” เพราะคุณหมอสงวนคือผลิตผลของคนเดือนตุลา และยังได้รับการหล่อหลอม เห็นทุกข์ที่แท้จริงของคนในชนบท ระหว่างที่ไปทำงานในโรงพยาบาลชุมชน ในภาคอีสาน นอกจากนั้นคุณหมอสงวน “มีมุมมองเชิงระบบ การจัดการ มีความสุภาพและความอดทน” สิ่งเหล่านี้คือพลังอันสำคัญที่สามารถทำงานใหญ่ๆ ได้จนเป็นที่ประจักษ์นพ.วิชัย โชควิวัฒน ยังเปรียบเทียบคุณหมอสงวนว่า คือ
“ขงเบ้งผู้เปิดประตูสู่หลักประกัน” ซึ่งคุณหมอสงวนมีความละม้ายคล้ายขงเบ้งหลายประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง ความซื่อสัตย์สุจริต ประการที่สอง มีสติปัญญาความสามารถลึกล้ำ ประการที่สาม มีโอกาสทำงานให้บ้านเมืองและสร้างผลงานยิ่งใหญ่ให้เป็นที่ประจักษ์ และประการที่สี่ ต่างตรากตรำทำงานหนักและเสียชีวิตคาสนามรบไม่เพียงเท่านั้น ผู้เขียนยังมองว่าคุณหมอสงวนมีคุณลักษณะบางอย่างที่เหมือนกับเล่าปี่ ตัวละครเอกในนวนิยายเรื่องสามก๊ก ไม่เพียงเพราะบุคลิกที่จริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตน และยังมีจิตใจที่กว้างขวาง แสวงหาคนมีฝีมือทั่วทุกทิศมาร่วมงาน ยังจำได้ว่าที่ห้องทำงานคุณหมอสงวนในสมัยที่อยู่กระทรวงสาธารณสุขนั้น มีภาพเขียนที่บันทึกคำพูดของเล่าปี่ไว้ว่า
“ความสำเร็จนั้น จะได้มาเมื่อ ฟ้าประศาสน์ โอกาสอำนวย และต้องด้วยใจคน” นี่เป็นเพียงอีกด้านหนึ่งที่สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณหมอสงวนได้เป็นอย่างดีความฝันที่ยิ่งใหญ่ของหมอสงวน คือการทำให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ ซึ่งท่านทำได้สำเร็จอย่างงดงาม และหมอสงวนก็ตระหนักดีว่า หลักประกันสุขภาพในสังคมไทย ยังมีจุดที่ต้องพัฒนา ต่อยอด ขยายผลต่อไป ซึ่งคนใกล้ชิดหมอสงวน ล้วนทราบดีว่า ท่านมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยก้าวหน้าอย่างสมบูรณ์ เป็นความฝันที่หมอสงวนมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ แต่ความตายอันเป็นธรรมชาติของชีวิตที่พรากท่านไป ทำให้วันนี้ ความฝันของหมอสงวน ยังทำไม่สำเร็จ และเป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังต้องร่วมผลักดันอย่างมุ่งมั่นต่อไป ความฝัน 4 เรื่องของหมอสงวน นั่นคือ
เรื่องที่ 1 การสร้างความเสมอภาคให้กับระบบประกันสุขภาพไทย ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะมีหลักประกันสุขภาพให้กับคนไทยทุกคน แต่ทว่าระบบประกันสุขภาพหลักๆ ของเรา ได้แก่ สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยังมีความแตกต่างในหลายเรื่อง ทั้งชุดสิทธิประโยชน์ วิธีการจ่ายเงิน รวมทั้งงบประมาณต่อหัวที่ได้รับจากรัฐบาล สวัสดิการข้าราชการได้รับงบประมาณต่อหัวมากกว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากว่า 5 เท่า สส. สว. และนักการเมืองทั้งหลาย ได้งบประมาณอุดหนุนจากรัฐกว่า 20 เท่า ของคนไทยที่อยู่ใต้ระบบประกันสุขภาพ ทำให้ระบบขาดความเสมอภาคและความเท่าเทียม นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่หมอสงวนฝันอยากเห็นคนไทยมีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน
เรื่องที่ 2 ระบบการแพทย์ปฐมภูมิ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของระบบสาธารณสุขของบ้านเรา เราเน้นหนักไปที่แพทย์เฉพาะทาง ทำให้ระบบสาธารณสุขขาดประสิทธิภาพ และขาดความต่อเนื่องในการดูแลรักษาพยาบาล ในอนาคตหากสังคมไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น มีโรคเรื้อรังมากขึ้น เทคโนโลยีและยาดีๆ มีราคาแพงขึ้น จะทำให้ประเทศไม่สามารถแบกภาระงบประมาณค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้นได้ คุณหมอสงวนได้พัฒนารูปแบบการแพทย์ปฐมภูมิขึ้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 20 ปีก่อน เพื่อให้มีหน่วยบริการที่เรียกว่า ใกล้บ้านใกล้ใจ ที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลทุกบ้านแบบบูรณาการ ซึ่งจะทำให้ระบบเกิดประสิทธิภาพ คุณภาพ ปัจจุบันเริ่มมีโรงพยาบาลบางแห่งนำแนวทางนี้ไปดำเนินการ แต่ทว่าก็ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงตัวระบบได้ ต้องการการสนับสนุนจากทุกๆ ภาคส่วนเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพ คุณภาพและยั่งยืน
เรื่องที่ 3 การให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ มีความพยายามดำเนินการเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2548 ตั้งแต่คุณหมอสงวนยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยความไม่เข้าใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งระดับนโยบาย ทำให้กว่า 5 ปีแล้วที่การดำเนินการเรื่องนี้ยังไม่ก้าวหน้า คนยากไร้และด้อยโอกาส กว่า 450,000 คน ยังรอความหวังในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ทั้งๆ เรื่องนี้มีมติ ครม.ว่าด้วยยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ปี 2548 ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองรับอยู่แล้ว
เรื่องที่ 4 งานมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน ในช่วงสุดท้ายของชีวิตของคุณหมอสงวนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง ท่านก็ยังนึกถึงคนอื่นๆ ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยเช่นกัน คุณหมอสงวนจึงดำริที่จะจัดตั้ง
“งานมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อช่วยเยียวยาทางจิตของผู้ป่วยระหว่างที่มีการเจ็บป่วย เพราะความเจ็บป่วยทางใจนั้นรุนแรงกว่าอาการทางกายหลายเท่า โดยมี ทพญ.อพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์ ภรรยา สานต่อความฝันอันนี้ และครอบครัวของคุณหมอสงวนจะดูแลกองทุนนี้ตลอดไป จนกว่าจะไม่มีทายาทดูแล เพราะนี่คือสิ่งสุดท้ายที่คุณหมอสงวนฝากเอาไว้สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชีวิตงดงามของคนเล็กๆ คนหนึ่ง มีอุดมการณ์ มุ่งมั่น และมิใช่เพียงแค่ตัวละครในนวนิยายของคุณหมอสงวน จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกหลายคน สานต่อแสงดาวแห่งศรัทธา เพื่อคนจน คนยากไร้ ไม่ถูกทอดทิ้งให้ต้องทุกข์ยากลำเค็ญอย่างเดียวดายในสังคมนี้ต่อไป







