
ไทยสร้างสรรค์ไทยเข้มแข็ง
...อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ทธศาสตร์และนโยบายที่เป็นอุตสาหกรรมซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นแนวคิดใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ การศึกษา การสร้างสรรค์งาน และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาที่เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ของสังคมด้วยการต่อยอดความคิดในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมสมัยใหม่มาผลิตสินค้าและบริการเพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต
เนื่องจากประเทศไทยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย และความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบดีไซน์ ซึ่งเป็นทิศทางเศรษฐกิจใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการ
ทั้งนี้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว สามารถสร้างงานและเชื่อมโยงไปสู่การสร้างความเข้มแข็งแก่คนไทยทุกภาคส่วนได้ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น กลุ่มประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
การส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแทนที่จะส่งออกสินค้าเป็นวัตถุดิบ แต่สามารถนำมาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ผลิตอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้ เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย แกงเขียวหวาน หรือผลไม้ไทยต่างๆ การแพทย์แผนไทย สมุนไพร หรือสปา กลุ่มศิลปะการแสดง เช่น โขน ลิเก ลำตัด หนังตะลุง ซึ่งสามารถพัฒนาให้เติบโตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหมือนกับต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม งานศิลป์แขนงต่างๆ ของศิลปินไทยยังขาดการเชื่อมโยงและผลักดันให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การเผยแพร่งานศิลปะการออกแบบนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ด้วยการจัดตลาดนัดงานศิลป์ ส่วนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านสื่อโดยเฉพาะภาพยนตร์ เพลง รายการโทรทัศน์ ละครทีวี เกมโชว์ หรือในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ แอนิเมชัน และดิจิตอลคอนเทนต์ เกมต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยมีฝีมือ
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดรัฐบาลมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอาเซียน จากโอกาสในการรวมกลุ่มในภูมิภาคอาเซียน โดยในกรอบระยะเวลา 5 ปี ภายในปี 2015 ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคนี้ ด้วยการเพิ่มเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากสัดส่วน 12% ต่อจีดีพี เป็น 20% ต่อจีดีพี ในระยะเวลา 3 ปี
สำหรับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสำคัญ 4 ด้าน คือ 1.การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กับประเทศไทย ด้วยการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ให้มีการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการนักธุรกิจ การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความเข้าใจ 2.การสร้างสรรค์ในระบบการศึกษาไทยในเด็กและเยาวชน ให้สามารถเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และมีหลักสูตรเชื่อมโยงในการผลิตคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 3.การส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเป็นความร่วมมือกับสถาบันทางการเงินในการออกแบบระบบการกู้ยืมเงินให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อย
4.กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น การส่งเสริมการเชื่อมโยงในระดับพื้นที่และชุมชนที่เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ รวมทั้งการเชิดชูผู้ประสบความสำเร็จทางความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นที่ยอมรับในสังคม แท้จริงแล้วการพัฒนาประเทศไทยให้เกิดความเข้มแข็งในระยะยาว คือ การส่งเสริมกระบวนการคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์ โดยที่คนไทยทุกคนควรจะช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งทราบกันดีว่าขณะนี้ประเทศไทยประสบวิกฤตทางการเมือง แต่ถ้าทุกคนช่วยกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ สังคมก็จะสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างสร้างสรรค์เพื่อไทยเข้มแข็งได้







