
หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้นอาจกลับวัด14มิ.ย.
หลวงพ่อคูณปั่นจักรยานออกกำลังกาย ขณะที่คณะแพทย์ เผย อาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจให้กลับวัดเร็วขึ้น
หลวงพ่อคูณปั่นจักรยานออกกำลังกาย ขณะที่คณะแพทย์ เผย อาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจให้กลับวัดเร็วขึ้น
ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพ วิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หลังจากเมื่อวันที่(6มิ.ย.55) ลูกศิษย์ได้นำตัวหลวงพ่อคูณ เข้ารักษาอาการอาพาธ
ล่าสุดวันนี้(12มิ.ย.55) เวลา 09.30 น. นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และเป็นแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ นำคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง , ด้านการติดเชื้อ และด้านปอด ได้เข้าตรวจร่างกายหลวงพ่อคูณ เป็นระยะเวลานานกว่า 20 นาที ซึ่งจากการตรวจร่างกายหลวงพ่อคูณ พบว่าอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รู้สึกตัวดี มีสีหน้าสดชื่น พูดคุยกับศิษย์ได้ดี ไม่มีไข้เช้าวัดได้ 36.7 องศาเซลเซียส ความดันโลหิต 110/59 มิลลิเมตรปรอท และชีพจร 71 ครั้งต่อนาที เสมหะลดลง แต่อย่างไรคณะแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะและยาละลายเสมหะ ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดของหลวงพ่อคูณ ที่เมื่อวานนี้(11มิ.ย.55) คณะแพทย์ตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เล็กน้อย และได้มีการเพิ่มขนาดยาเบาหวานให้แก่หลวงพ่อคูณ ล่าสุดวันนี้(12มิ.ย.55) ระดับน้ำตาลในเลือดของหลวงพ่อคูณ ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ อยู่ที่ 200 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ขณะเดียวกันคณะแพทย์ได้ให้หลวงพ่อคูณลุกขึ้นมาออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยานไฟฟ้า ที่นำมาเตรียมไว้ภายในห้องเป็นระยะเวลานานกว่า 20 นาที เพื่อเป็นการออกกำลังบริเวณหัวเข่าและเพื่อเพิ่มกำลังให้กล้ามเนื้อขาแก่หลวงพ่อคูณ
นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายของหลวงพ่อคูณพบว่าอาการอาพาธดีขึ้นตามลำดับที่คณะแพทย์กำหนดไว้ อาการแทรกซ้อนต่างๆก็ไม่ปรากฏซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณพร้อมที่จะเดินทางกลับวัดบ้านไร่ได้แล้ว
โดยอาจจะเป็นวันที่ 14 มิ.ย.55 แต่อย่างไรก็ตามการที่หลวงพ่อคูณจะกลับเร็วหรือช้านั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณและคณะแพทย์ที่ทำการตรวจซึ่งหากมีการตรวจพบว่าหลวงพ่อคูณมีอาการแทรกซ้อนใดๆขึ้นมาคณะแพทย์ก็จะต้องเลื่อนกำหนดการกลับของหลวงพ่อคูณออกไป ดังนั้นคณะแพทย์จะต้องทำการตรวจหลวงพ่อคูณอย่างละเอียดเพื่อป้องกันปัญหาโรคแทรกซ้อนต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ







