
ฝนกระหน่ำเหนือ 3 เขื่อนใหญ่จำใจระบายเพิ่ม
ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้กรมชลประทานต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พบว่า
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้กรมชลประทานต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พบว่า เขื่อนสิริกิติ์ กั้นแม่น้ำน่านที่ จ.อุตรดิตถ์ ระบายน้ำ 21.06 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำเมื่อวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.ถึง 4 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน กั้นแม่น้ำแควน้อย ซึ่งไหลลงแม่น้ำน่านที่ จ.พิษณุโลก ระบายน้ำ 4.32 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 4 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนกิ่วลม กั้นแม่น้ำวังที่ จ.ลำปาง ระบายน้ำ 2.59 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ก็ระบายน้ำ 602 ลบ.ม.ต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวันที่ 10 มิ.ย. ที่ระบายน้ำเพียง 544 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งการระบายน้ำเพิ่มขึ้นทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วง จ.สิงห์บุรี ถึงพระนครศรีอยุธยา สูงขึ้นเฉลี่ย 6-20 เซนติเมตร โดยที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร
ด้านเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ได้เร่งระบายน้ำออกถึงวันละ 7 ล้าน ลบ.ม. หลังจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วม
ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์และประมวลสถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แจ้งว่า ฝนตกชุกในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางเพิ่มขึ้น ประกอบกับการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ช่วงวันที่ 10-14 มิ.ย.นี้ จะมีฝนฟ้าคะนองกระจายทั่วไปถึง 60-70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงต้องเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อน โดยให้ทุกโครงการในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์สภาพอากาศช่วง 3 เดือน ว่า ปลายเดือน มิ.ย.ถึงกลางเดือน ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะอ่อนกำลังลง และร่องความกดอากาศตํ่าจะเลื่อนขึ้นไปบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ทําให้ปริมาณและการกระจายของฝนลดลง อาจก่อให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จะกลับมามีกําลังแรงและพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกชุกเพิ่มมากขึ้น อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน







