
สั่งจัดประชุมยุทธศาสตร์รับเออีซี
นายกฯ ตื่นรับเออีซี สั่งมหาดไทย-พาณิชย์ เร่งเก็บข้อมูลกำหนดยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนเป็นวาระแห่งชาติ
นายกฯ ตื่นรับเออีซี สั่งมหาดไทย-พาณิชย์ เร่งเก็บข้อมูลกำหนดยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนเป็นวาระแห่งชาติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “วาระแห่งชาติ : เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ว่า ให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเกี่ยวกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มารายงานให้รับทราบ เพื่อเร่งประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนในอาเซียนให้เป็นวาระแห่งชาติ และให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ประชุมเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการต่างจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วนให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ ไทยต้องเตรียมพร้อมใน 4 ด้าน คือ 1.ภาครัฐต้องเร่งปรับสมดุลเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น ให้พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นจากเดิมที่เน้นพึ่งภาคการส่งออกเป็นหลัก 2.ปรับนโยบายภาครัฐและเอกชนให้สอดคล้องกัน และร่วมนำเสนอแผนพัฒนาในเชิงยุทธศาสตร์
3.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการ เช่น ลดภาษีนิติบุคคลจาก 27% เหลือ 20% ในปี 2556 และส่งเสริมให้นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ และส่งเสริมนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในไทย และ 4.การเชื่อมโยงของอาเซียนเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมขนส่ง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ร่วมกับภาคเอกชนระดมสมองเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลจัดทำร่างยุทธศาสตร์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ และรับมือการก้าวสู่เออีซี ซึ่งจากตัวชี้วัดเออีซี สกอร์ คาร์ด เมื่อปี 2553-2554 ไทยสามารถปฏิบัติได้ตามเป้าหมายแล้ว 70% ขณะที่ผลรวมการดำเนินการของอาเซียนอยู่ที่ 56.4%
นายวีรพงษ์ รามางกูร ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง “อนาคตประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)” ว่า ไม่ห่วงว่าไทยจะปรับตัวรับเออีซีไม่ได้ เพราะเชื่อว่าจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน แต่มองว่าการเปิดเออีซีจะเป็นการสร้างโอกาสให้ไทยไปลงทุนในอาเซียน
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรจะเร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเออีซีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น เพราะจากการสำรวจพบว่า ยังมีผู้ไม่เข้าใจถึง 50% และเอสเอ็มอีก็ควรรวมกลุ่มการผลิตประเภทเดียวกัน (คลัสเตอร์) รวมทั้งควรเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ
นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ภาคการธนาคารมีความเสี่ยงสูง เพราะหากดำเนินนโยบายการลงทุนผิดพลาดย่อมเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ







